⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 14/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ไม้ล้มลุกที่ปลูกในที่ดิน ไม่ถือเป็นส่วนควบของที่ดิน และผู้ปลูกยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในไม้ล้มลุกนั้น

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทที่โจทก์ครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินภายในแนวเขตหวงห้ามตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน โจทก์ปลูกต้นกล้วยไว้ในที่ดินพิพาท ต้นกล้วยเป็นไม้ล้มลุกไม่เป็นส่วนควบกับที่ดิน โจทก์จึงเป็นเจ้าของต้นกล้วยเหล่านั้นจำเลยที่ 5 เข้าไปไถที่พิพาททั้ง ๆ ที่รู้แล้วว่าต้นกล้วยที่ปลูกอยู่ในที่พิพาทเป็นของโจทก์ ทำให้ต้นกล้วยเสียหาย จึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.108

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้ากับพวกอีกหลายคนร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกระทง กล่าวคือ จำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 โดยคำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ร่วมกันใช้รถแทรกเตอร์ทำถนนบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ เป็นเหตุให้ต้นกล้วยขาดเสียหายไร้ประโยชน์จำนวน50 ต้น คิดเป็นเงิน 1,250 บาท พืชผลดังกล่าวเป็นพืชผลของโจทก์ผู้มีอาชีพกสิกรรม และจำเลยที่ 3 โดยคำสั่งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้จ้างผู้มีชื่อหลายคนรื้อถอนทำลายเสารั้วและลวดหนามเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ทั้งหมด แล้วลงหลักปักเสาล้อมที่ดินของโจทก์เพื่อยึดถือเอาเป็นของจำเลยที่ 1 ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 363, 365, 358, 359, 83, 84, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่ามีมูลข้อหาทำให้เสียทรัพย์ให้ประทับฟ้อง ส่วนข้อหาบุกรุกให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องในข้อหาความผิดฐานบุกรุกด้วย จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 4หลบหนี ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ชั่วคราว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 และที่ 5มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 ปรับคนละ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกฟ้องข้อหาบุกรุกและยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ จำเลยที่ 3 และที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 และที่ 5 ฎีกา โดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ทนายจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2533 ปรากฏตามมรณบัตรท้ายคำร้อง โจทก์รับว่าเป็นความจริง ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(1) จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 เสียจากสารบบความ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทที่โจทก์ครอบครองเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินภายในแนวเขตหวงห้ามตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน อำเภอปากน้ำโพ อำเภอพยุหคีรี อำเภอโกรกพระจังหวัดนครสวรรค์ พุทธศักราช 2479 แต่ยังฟังไม่ได้ว่าที่พิพาทนั้นเป็นที่รกร้างว่างเปล่าอยู่ก่อน พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับหรือไม่ โจทก์ได้ปลูกต้นกล้วย 50 ต้นไว้ในที่พิพาทต้นกล้วยเป็นต้นไม้ล้มลุก ไม่เป็นส่วนควบกับที่ดิน โจทก์จึงเป็นเจ้าของต้นกล้วยเหล่านั้นจำเลยที่ 5 เข้าไปไถที่พิพาททั้ง ๆ ที่รู้แล้วว่าต้นกล้วยที่ปลูกอยู่ในที่พิพาทเป็นของโจทก์ทำให้ต้นกล้วยอันเป็นทรัพย์ของโจทก์เสียหาย จึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14/2534 นาง แกร โสระฎา โจทก์ กรมพัฒนาที่ดิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง แกร โสระฎา · จำเลย - กรมพัฒนาที่ดิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2560/2527ฎีกา 699/2502ฎีกา 129/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 1242/2531ฎีกา 403/2484ฎีกา 504/2524ฎีกา 2046/2515ฎีกา 331/2527ฎีกา 701/2505ฎีกา 4409/2543ฎีกา 1450/2510ฎีกา 3115/2516ฎีกา 115/2511ฎีกา 2231/2523ฎีกา 1757-1760/2522ฎีกา 5726/2533ฎีกา 3181/2533ฎีกา 372/2498ฎีกา 3071/2527ฎีกา 1355/2508ฎีกา 1535/2493ฎีกา 294/2537ฎีกา 5597/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา