⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1242/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำใดๆ ที่เป็นการทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย แม้ผู้กระทำจะไม่ทราบว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของใคร แต่หากเป็นการกระทำโดยมีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ ก็ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทราบดีว่าอ้อยที่จำเลยสั่งให้คนงานตัดเป็นของผู้อื่นที่มาไถพืชผลของจำเลยที่ปลูกไว้ในที่ดินที่เกิดเหตุซึ่งโจทก์ร่วมและจำเลยพิพาทแย่งสิทธิครอบครองกันอยู่แล้วปลูกอ้อยขึ้นแทน แม้จำเลยจะไม่ทราบว่าโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของอ้อยและก่อนตัดอ้อยจำเลยจะได้แจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจรับทราบไว้ล่วงหน้าก็ตาม จำเลยก็ไม่มีอำนาจที่จะตัดอ้อยดังกล่าว การที่จำเลยสั่งให้ตัดอ้อยของโจทก์ร่วมจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 (4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.108 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกตัดอ้อยในไร่ของผู้เสียหายซึ่งมีอาชีพกสิกร อันเป็นการทำให้เสียทรัพย์ แล้วลักอ้อยดังกล่าวไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๕๙ (๔),๓๓๕ (๗),(๑๒) จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในระหว่างการสืบพยานจำเลย ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๙ (๔), ๘๓ จำคุกคนละ ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่า อ้อยที่จำเลยทั้งสองสั่งให้คนงานตัดเป็นอ้อยของผู้อื่นที่มาไถพืชผลของจำเลยที่ปลูกไว้ในที่ดินที่เกิดเหตุแล้วปลูกอ้อยขึ้นแทน แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของอ้อยที่ปลูกไว้หลังจากสืบหาตัวเจ้าของแล้วก็ตาม แต่จำเลยทั้งสองก็ไม่มีอำนาจที่จะตัดอ้อยดังกล่าวได้ เพราะไม่ใช่อ้อยของจำเลยทั้งสอง การที่จำเลยสั่งให้คนงานตัดอ้อยของโจทก์ร่วมจึงเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ แม้ก่อนทำการตัดอ้อยจำเลยทั้งสองจะได้แจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจรับทราบไว้ล่วงหน้าก็ไม่มีผลทำให้การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ไปได้ จำเลยทั้งสองจะอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิในทรัพย์สินของตนโดยไม่มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์หาได้ไม่ ทั้งโจทก์ร่วมพยานโจทก์ก็เบิกความโต้เถียงสิทธิครอบครองในที่ดินที่เกิดเหตุว่าเป็นของตนด้วยที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์มานั้นชอบแล้วฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น แต่จำเลยทั้งสองอายุมากแล้ว ประกอบกับไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรรอการลงโทษให้จำเลยเพื่อให้โอกาสกลับตัวแต่ให้ลงโทษปรับด้วยอีกโสดหนึ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖ เดือนและปรับคนละ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ๒ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2531 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายมนตรี กิตติอุดมพานิช โจทก์ร่วม นายพรหม แสงทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · โจทก์ร่วม - นายมนตรี กิตติอุดมพานิช · จำเลย - นายพรหม แสงทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายพงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร · ศาลอุทธรณ์ - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 362/2522ฎีกา 765/2534ฎีกา 472/2526ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2675/2527ฎีกา 698/2540ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1182/2491ฎีกา 967/2491ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 860/2525ฎีกา 1567/2513ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 952/2481ฎีกา 747/2484ฎีกา 6468/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา