⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5597/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5597/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับสารภาพของจำเลยต้องเป็นการรับสารภาพในข้อเท็จจริงที่กระทำความผิดจริง หากจำเลยยังคงโต้แย้งข้อเท็จจริงบางประการ การรับสารภาพนั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง และหากโจทก์ไม่สืบพยาน ศาลจะลงโทษจำเลยไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ช. ฟ้องจำเลยทั้งห้าว่าทำให้ที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ช.เสียหาย ขอให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพและยื่นคำร้องใจความว่าที่ดินดังกล่าวมิใช่ที่ดินโจทก์ แต่เป็นที่ดินในเขตนิคมท้ายเหมืองที่บริษัท ง. ได้รับประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ เมื่อหมดอายุประทานบัตรแล้วบริษัท ง. และโจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่ดิน ที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์มรดกของ ช. จำเลยทั้งห้าเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเนื่องจากไม่มีที่ทำกิน และมุ่งหวังจะได้สิทธิการเช่าที่ดินจากนิคมท้ายเหมือง ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ทนายโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีเนื่องจากคดีอยู่ระหว่างตกลงเรื่องค่าชดเชยในการขนย้ายให้จำเลยทั้งห้าและทำแผนที่ ต่อมาคู่ความแถลงว่าคดีไม่สามารถตกลงกันได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งห้าตามฟ้อง จำเลยทั้งห้าฎีกาขอให้รอการลงโทษ ดังนี้ เมื่ออ่านคำให้การของจำเลยทั้งห้ารวมกับคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกับคำให้การแล้ว จะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งห้ายังคงโต้แย้งว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของ ช. เหตุที่จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพอาจเป็นเพราะคดีอยู่ระหว่างเจรจาว่าจะมีการชดใช้ค่าขนย้ายให้แก่จำเลยทั้งห้าตามที่ทนายโจทก์แถลง และจำเลยทั้งห้าอาจเข้าใจว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิด คำให้การของจำเลยทั้งห้ายังฟังไม่ได้ว่าเป็นคำให้การที่รับสารภาพว่าจำเลยทั้งห้าได้กระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานคดีจึงลงโทษจำเลยทั้งห้าไม่ได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.359

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 359 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 358 และ 359 (ที่ถูกประกอบมาตรา 83) เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 359 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งห้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ประกอบมาตรา 83 ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยกฟ้องข้อหาร่วมกันขุดทำลายถนนที่โจทก์ใช้ในการเข้าออก จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันนัดพร้อม จำเลยทั้งห้ายื่นคำให้การขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ พร้อมทั้งยื่นคำร้องใจความว่า จำเลยทั้งห้าครอบครองทำประโยชน์ที่ดินในเขตนิคมท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ โจทก์ได้ขุดร่องที่ดินเพื่อทำประโยชน์แต่มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินต่อมา ที่ดังกล่าวมิใช่ที่ดินโจทก์ แต่เป็นที่ดินที่บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด ได้รับประทานบัตรในการทำเหมือนแร่เมื่อหมดอายุประทานบัตรแล้ว บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด และโจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่ดินที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์มรดกของนายชัยสิน ที่โจทก์ฟ้องว่าได้รับความเสียหายเป็นเงิน 400,000 บาท จึงไม่เป็นความจริง จำเลยทั้งห้าเข้าทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเนื่องจากไม่มีที่ทำกิน และมุ่งหวังจะได้สิทธิการเช่าที่ดินจากนิคมท้ายเมือง จึงขอให้ศาลชั้นตั้นลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การจำเลยทั้งห้า ทนายโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีเนื่องจากคดีอยู่ระหว่างตกลงเรื่องค่าชดเชยในการขนย้ายให้จำเลยทั้งห้าและทำแผนที่ ต่อมาคู่ความแถลงว่าคดีไม่สามารถตกลงกันได้ ขอให้ศาลมีคำพิพากษา เห็นว่า คำให้การของจำเลยทั้งห้าดังกล่าวเมื่ออ่านรวมกับคำร้องที่ยื่นมาพร้อมกับคำให้การแล้วจะเห็นได้ว่าจำเลยทั้งห้ายังคงโต้แย้งว่าที่ดินตามฟ้องมิใช่ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของนายชัยสินจึงมิใช่ที่ดินของโจทก์ซึ่งฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน เหตุที่จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพอาจเป็นเพราะคดีอยู่ระหว่างเจรจาว่าจะมีการชดใช้ค่าขนย้ายให้แก่จำเลยทั้งห้าตามที่ทนายโจทก์แถลง และจำเลยทั้งห้าอาจเข้าใจว่าการกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิด คำให้การของจำเลยทั้งห้าจึงฟังไม่ได้ว่าเป็นคำให้การรับสารภาพว่าจำเลยทั้งห้าได้กระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน คดีจึงลงโทษจำเลยทั้งห้าไม่ได้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5597/2553 นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวี ในฐานะ ผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี ผู้ตาย โจทก์ นายทวี หนูด้วง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวี ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี ผู้ตาย · จำเลย - นายทวี หนูด้วง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย พันธุมะโอภาส · ชัยวัฒน์ เวียงธีระวัฒน์ · อาวุธ ปั้นปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายธรรมนูญ ชูทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายปัญญา ช่อมณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6492/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 845/2543ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 880/2502ฎีกา 705/2507ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 9/2496ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 868/2497ฎีกา 13516/2553ฎีกา 1552/2568ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา