คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด หากเป็นของผู้ร้องแต่ผู้ร้องมิได้รู้เห็นยินยอมให้ใช้ในการกระทำความผิด ศาลจะสั่งริบเสียก็ได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นเจ้าของและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ผู้ร้องอ้างว่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์เป็นของผู้ร้องก็เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ไปจากผู้ร้องปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อที่อ้างเป็นพยานหลักฐาน ซึ่งหากมีสัญญาเช่าซื้อในขณะที่จำเลยถูกจับกุมจำเลยน่าจะนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นจับกุมหรือสอบสวนการที่จำเลยไม่บอกต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือแสดงสัญญาเช่าซื้อนั้นคงเป็นเพราะจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อไว้ การที่ผู้ร้องนำมาแสดงในภายหลังเพื่อร้องขอของกลางคืน อาจจะทำขึ้นในภายหลังก็เป็นได้ผู้ร้องอ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวไม่มีพยานอื่นเบิกความสนับสนุน และคดีนี้ศาลสั่งริบของกลางเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ผู้ร้องเพิ่งมายื่นคำร้องขอคืนของกลาง พยานผู้ร้องจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นของผู้ร้อง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และให้ริบโต๊ะบิลเลียด 1 ตัว ไม้คิว 12 อันไม้เร็ท 5 อัน ลูกบิลเลียด 13 ลูก เงินสด 237 บาท และกระดาษจดเวลา1 แผ่น ของกลาง
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โต๊ะบิลเลียด ไม้คิว ไม้เร็ท และลูกบิลเลียดของกลางเป็นของผู้ร้องให้จำเลยเช่าซื้อไปและยังชำระค่าเช่าซื้อไม่ครบ ผู้ร้องไม่ได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลคืนของกลางดังกล่าวแก่ผู้ร้อง
โจทก์ยื่นคำคัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนโต๊ะบิลเลียด ไม้คิว ไม้เร็ทและลูกบิลเลียด ของกลางแก่ผู้ร้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้มั่นคงว่าจำเลยเป็นเจ้าของและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ผู้ร้องอ้างว่าเป็นของผู้ร้องก็เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ไปจากผู้ร้องปรากฏตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.4 และอ้างว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าซื้อไปแล้ว 1 งวด คงเหลือเพียงงวดเดียว คือตามเช็คเอกสารหมาย ร.5 ซึ่งเรียกเก็บเงินไม่ได้ ได้ทวงถามจำเลยจำเลยว่าโต๊ะบิลเลียดถูกยึด เห็นว่า หากมีสัญญาเช่าซื้อในขณะที่จำเลยถูกจับกุม จำเลยน่าจะนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นจับกุมหรือสอบสวน การที่จำเลยไม่บอกต่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือแสดงสัญญาเช่าซื้อนั้น คงเป็นเพราะจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าซื้อไว้ การที่ผู้ร้องนำมาแสดงในภายหลังเพื่อร้องขอของกลางคืนอาจจะทำขึ้นในภายหลังก็เป็นได้ ผู้ร้องอ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวไม่มีพยานอื่น เบิกความสนับสนุน และคดีนี้ศาลสั่งริบของกลางเป็นเวลาเกือบ 1 ปี ผู้ร้องเพิ่งมายื่น คำร้องขอคืนของกลางพยานผู้ร้องจึงเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโต๊ะบิลเลียดพร้อมอุปกรณ์ของกลางเป็นของผู้ร้อง..."
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2534
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย พิทักษ์ เปลี่ยน ผดุง ผู้ร้อง
นาย กำพล ป อม หา ธรรม กิจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ผู้ร้อง - นาย พิทักษ์ เปลี่ยน ผดุง · จำเลย - นาย กำพล ป อม หา ธรรม กิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ