⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1527/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่พูดจาด้วยถ้อยคำกระทบกระเทือนและแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าโจทก์ขายที่ดินที่ยกให้จำเลยไปแก่ผู้อื่นนั้น ไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุให้ขอเพิกถอนการให้ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เอาที่ดินที่ยกให้จำเลยไปขายแก่ผู้อื่น จำเลยจึงพูดจากับโจทก์ด้วยถ้อยคำว่า เฒ่า หัวหงอกหัวขาวนานตาย และไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าโจทก์ขายที่ดินที่ยกให้จำเลยแก่ผู้อื่น เนื้อหาตลอดจนความหมายแห่งถ้อยคำดังกล่าวมิใช่คำด่า เป็นเพียงคำ พูดจากระทบกระเทือนที่จำเลยไม่สมควรใช้กับโจทก์ซึ่งเป็นบุพการีเท่านั้นการแจ้งความและการใช้ถ้อยคำดังกล่าวกับโจทก์ไม่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุขอเพิกถอนการให้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.531

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยกที่ดินพร้อมบ้านหนึ่งหลัง ที่ดินทำนากับกระบือ 7 ตัว ให้จำเลยซึ่งเป็นหลานโดยมีข้อตกลงให้จำเลยเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ได้ โจทก์ยากจนต้องอาศัยคนอื่นดูได้รับความเดือดร้อนอย่างยิ่ง และจำเลยได้ไล่โจทก์ออกจากบ้านพร้อมทั้งด่าโจทก์ว่า ไอ้ เฒ่าหัวหงอกมึงแก่แล้ว ขอให้มึงตายเร็ว ๆ กับไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมโจทก์เพราะกลัวว่าโจทก์จะขายที่ดินทั้งสองแปลงให้บุคคลอื่น ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรงเป็นการประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินทั้งสองแปลงและบ้านที่ยกให้คืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ไม่เคยด่าหรือดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ และไม่เคยไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับโจทก์เพราะกลัวว่าโจทก์จะขายที่ดิน ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นางอวลวงกระโซ่บุตรโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินกับบ้านคืนแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า โจทก์เป็นบิดาของมารดาจำเลย มารดาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อจำเลยอายุได้ 8 เดือนโจทก์เลี้ยงดูจำเลยตลอดมาตั้งแต่มารดาจำเลยถึงแก่กรรม เมื่อจำเลยทำมาหากินได้ จึงเป็นฝ่ายเลี้ยงดูโจทก์ซึ่งล่วงสู่วัยชรา โจทก์ได้จดทะเบียนยกที่ดินปลูกบ้านพร้อมบ้านที่อยู่อาศัยร่วมกับจำเลยและที่ดินทำนากับกระบืออีก 7 ตัว ให้จำเลยเมื่อปี 2527 ครั้นปลายปี 2528จำเลยได้พูดจากับโจทก์ด้วยถ้อยคำว่า เฒ่าหัวหงอกหัวขาวนานตายและไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าโจทก์ขายที่ดินที่ยกให้จำเลยแก่ผู้อื่น และข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า โจทก์ได้เอาที่ดินที่ยกให้จำเลยแล้วไปขายให้แก่ผู้อื่นจริงดังที่จำเลยไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนถ้อยคำที่จำเลยกล่าวกับโจทก์ว่า หัวหงอกหัวขาวนานตายนั้นศาลฎีกาเห็นว่า ทั้งเนื้อหาตลอดจนความหมายแห่งถ้อยคำมิใช่คำด่าเป็นเพียงคำพูดจา กระทบกระเทียบที่จำเลยไม่สมควรใช้กับโจทก์ซึ่งเป็นบุพการีเท่านั้น การแจ้งความและการใช้ถ้อยคำของจำเลยดังกล่าวกับโจทก์หาทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงไม่ จำเลยมิได้ประพฤติเนรคุณอย่างใดต่อโจทก์อันจะเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้จากจำเลยได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1527/2534 นาย หอม วง กะ โซ่ โดย นาง อวล วง กะ โซ่ ผู้ เข้า เป็น คู่ความ แทน โจทก์ นาย ทรง เดช มังศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย หอม วง กะ โซ่ โดย นาง อวล วง กะ โซ่ ผู้ เข้า เป็น คู่ความ แทน · จำเลย - นาย ทรง เดช มังศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947/2495ฎีกา 324/2504ฎีกา 1117/2493ฎีกา 737/2523ฎีกา 1728/2534ฎีกา 291/2522ฎีกา 7301/2559ฎีกา 6323/2552ฎีกา 206/2510ฎีกา 3601/2542ฎีกา 119-120/2507ฎีกา 1516/2525ฎีกา 2980/2523ฎีกา 1365/2509ฎีกา 6250/2537ฎีกา 3743/2536ฎีกา 31/2531ฎีกา 166/2496ฎีกา 966/2523ฎีกา 301/2524ฎีกา 375/2527ฎีกา 177/2492ฎีกา 1146-1147/2503ฎีกา 10552/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา