⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1577/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญากู้ใหม่โดยมีเจตนาจะแปลงหนี้เดิมให้ระงับสิ้นไป ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เช็คที่จำเลยสั่งจ่ายชำระค่าสินค้าแก่โจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากธนาคารได้ เมื่อจำเลยขอรับเช็คคืน แล้วทำสัญญากู้ให้ไว้กับโจทก์ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ จำเลยต้องผูกพันรับผิดตามสัญญากู้ที่ทำขึ้นใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 มิได้บัญญัติมิให้ศาลยอมรับฟังพยานที่เป็นพี่น้องกับคู่ความฝ่ายที่อ้าง โจทก์มี บ. น้องของโจทก์ซึ่งลงชื่อเป็นพยานในสัญญากู้เบิกความยืนยันตรงกับโจทก์ว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ จำนวน 170,000 บาท ส่วนจำเลยเองมีแต่เพียงตัวจำเลยเบิกความลอย ๆ ไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุนว่ารับสินค้าของโจทก์ไปขาย แล้วโจทก์ให้จำเลยลงชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ ประกอบกับจำเลยรับราชการเป็นครูการที่จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยไม่มีการกรอกข้อความนั้น ผิดวิสัยของบุคคลที่มีความรู้ทั่ว ๆ ไปคำพยานโจทก์จึงมีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ดีกว่าพยานจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.95 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมจำเลยรับสินค้าจากโจทก์ไปขายและค้างชำระค่าสินค้าเป็นเงิน 170,000 บาท ต่อมาวันที่ 10มกราคม 2527 โจทก์และจำเลยได้ตกลงทำสัญญาแปลงหนี้ค่าสินค้าดังกล่าวเป็นสัญญากู้ยืมเงิน 170,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีและกำหนดชำระเงินภายในวันที่ 10 มกราคม 2528 หนี้ถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 238,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย จากต้นเงิน170,000 บาท จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ 170,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นหนี้ค่าสินค้าโจทก์ จำนวน 170,000 บาท จำเลยฎีกาต่อไปว่า หนี้สินจำนวน 170,000 บาท มิใช่เป็นของจำเลย แต่เป็นหนี้สินของนายสมจิตต์ จำเลยมิได้ตกลงแปลงหนี้กับโจทก์นั้น ข้อเท็จจริงจึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเช็คที่จำเลยได้สั่งจ่ายชำระค่าสินค้าของโจทก์ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากธนาคารได้ เมื่อจำเลยขอรับเช็คคืนแล้วทำสัญญากู้เงินให้ไว้กับโจทก์ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ จำเลยต้องผูกพันรับผิดตามสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.3 ที่ทำขึ้นใหม่ จำเลยฎีกาต่อไปอีกว่า สัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.3 ปลอมโดยจำเลยมิได้รู้เห็นและไม่ยินยอมในการที่โจทก์กรอกข้อความจำนวนเงินขึ้นในสัญญากู้เงินภายหลังนั้น ข้อนี้โจทก์มีนายบวรพยานในสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.3 เบิกความยืนยันตรงกับโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2527 จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 170,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.3 ส่วนจำเลยเพียงแต่เบิกความลอย ๆ ไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุนว่า จำเลยรับสินค้าโจทก์ไปขาย โจทก์จะให้จำเลยลงลายมือชื่อผู้กู้เงินในแบบพิมพ์สัญญากู้เงินโดยไม่ได้กรอกข้อความ ประกอบกับจำเลยรับราชการเป็นครู การที่จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินโดยไม่มีการกรอกข้อความนั้น เป็นการผิดวิสัยของบุคคลที่มีความรู้ทั่ว ๆไปพยานจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ คำพยานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่า เชื่อว่าสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.3มีข้อความครบถ้วนอยู่แล้ว โจทก์ไม่ได้ปลอมเอกสาร จำเลยฎีกาเป็นประการสุดท้ายว่า ไม่ควรรับฟังคำเบิกความของนายบวรเพราะเป็นน้องชายโจทก์นั้นเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95 มิได้บัญญัติให้ศาลยอมรับฟังพยานที่เป็นพี่น้องกับคู่ความฝ่ายที่อ้างทั้งเชื่อได้ว่านายบวรได้เบิกความไปตามความเป็นจริงที่ได้รู้เห็นและไม่มีพิรุธแต่อย่างใด จึงรับฟังได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2534 นางสาว นันทิวา ทับแว่ว โจทก์ นาง กา ญจ นา สุข การ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว นันทิวา ทับแว่ว · จำเลย - นาง กา ญจ นา สุข การ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 6631/2568ฎีกา 3428/2530ฎีกา 2501/2526ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 884/2497ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 9649/2555ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 1084/2539ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1500/2542ฎีกา 9134/2551ฎีกา 199/2535ฎีกา 306/2473ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1166/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ