คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งทำการสั่งซื้อและจำหน่ายสินค้าแทนตน โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายงวด และยอมให้ใช้สถานที่ของตนในการเก็บและจำหน่ายสินค้าดังกล่าว หากบุคคลที่ได้รับสิทธินั้นได้สั่งซื้อสินค้ามาเป็นของตนเองเพื่อจำหน่าย ถือว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของผู้รับสิทธิ ไม่ใช่ของผู้ให้สิทธิ
ย่อคำพิพากษา
สัญญาข้อ 1 มีข้อความว่า จำเลยยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิและอำนาจทำการสั่งซื้อและจำหน่ายบุหรี่แก่สมาชิกแทนจำเลยโดยผู้ร้องต้องเสียค่าตอบแทนแก่จำเลยงวดละ 1,000 บาท และข้อ 2ระบุว่า จำเลยยอมให้ผู้ร้องใช้สถานที่ของจำเลยเป็นที่พักบุหรี่และจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ แสดงว่าจำเลยยอมให้ผู้ร้องใช้สิทธิของจำเลยในฐานะตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ของโรงงานยาสูบมาเป็นผู้สั่งซื้อและจำหน่ายเสียเอง จำเลยคงได้รับค่าตอบแทนในการยอมให้ใช้สิทธินั้นเป็นเงินงวดละ 1,000 บาท ผู้ร้องอาศัยสิทธิของจำเลยสั่งซื้อบุหรี่มาเป็นของตนเองมิใช่สั่งซื้อแทนจำเลย บุหรี่จึงเป็นของผู้ร้องมิใช่ของจำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสองสำนวนสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบุหรี่จำนวน 22 และ 39 กล่อง ตามลำดับสำนวนโดยอ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 1 เพื่อนำมาขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ทั้งสองสำนวนให้การว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยที่ 1ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องได้เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 1 สั่งซื้อบุหรึ่ พิพาทมาจำหน่ายจริง ปัญหาจะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า การสั่งซื้อบุหรี่ตามสัญญาดังกล่าว บุหรี่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 หรือผู้ร้องโดยตามสัญญาข้อ 1 มีข้อความว่า จำเลยที่ 1ให้ผู้ร้องเป็นผู้มีสิทธิและอำนาจทำการสั่งซื้อและจำหน่ายบุหรี่แก่สมาชิกแทนจำเลยที่ 1 โดยผู้ร้องต้องเสียค่าตอบแทนแก่จำเลยที่ 1 งวดละ 1,000 บาท ซึ่งในสัญญาข้อนี้แม้จะมีข้อความว่าให้ผู้ร้องสั่งซื้อและจำหน่ายบุหรี่แทนจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่ข้อความตอนต้นทีทำ ให้ ผู้ร้องมีสิทธิและอำนาจทำการสั่งซื้อและจำหน่ายบุหรี่ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ยอมให้ผู้ร้องใช้สิทธิของจำเลยที่ 1ในฐานะตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ของโรงงานยาสูบมาเป็นผู้สั่งซื้อและจำหน่ายเสียเอง จำเลยที่ 1 คงได้รับค่าตอบแทนในการยอมให้ใช้สิทธินั้นเป็นเงินงวดละ 1,000 บาท จึงมีผลว่าผู้ร้องอาศัยสิทธิของจำเลยที่ 1 สั่งซื้อบุหรี่มาเป็นของตนเองมิใช่สั่งซื้อแทนจำเลยที่ 1 ดังจะเห็นได้จากสัญญาข้อ 2 ระบุว่า จำเลยที่ 1ยอมให้ผู้ร้องใช้สถานที่ของจำเลยที่ 1 เป็นที่พักบุหรี่และจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ ซึ่งถ้าบุหรี่สั่งซื้อมาเป็นของจำเลยที่ 1 ก็ไม่จำเป็นต้องยอมให้ผู้ร้องใช้สถานที่ จำเลยที่ 1 ย่อมเก็บไว้เอง ฉะนั้นวัตถุประสงค์ของสัญญาจึงเป็นเรื่องผู้ร้องสั่งซื้อบุหรี่มาเป็นของตนเองโดยให้ค่าตอบแทนแก่จำเลยที่ 1 ที่ยอมให้ใช้สิทธิใน การสั่งซื้อบุหรี่เท่านั้นบุหรี่จึงเป็นของผู้ร้องมิใช่ของจำเลยที่ 1
พิพากษายืน ให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2534
นาย วิจิตร อิฐ รัตน์ โจทก์
นาย ประสาน เกี่ยวศ รี สกุล ผู้ร้อง
ร้านสหกรณ์ บ้านไผ่ จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย วิจิตร อิฐ รัตน์ · ผู้ร้อง - นาย ประสาน เกี่ยวศ รี สกุล · จำเลย - ร้านสหกรณ์ บ้านไผ่ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · นิเวศน์ คำผอง · ยงยุทธ ธารีสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา