⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2508/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความและระบุว่าได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจนเป็นที่พอใจแล้ว จะนำพยานบุคคลมาสืบว่ายังไม่ได้รับชำระหนี้เต็มตามสัญญาหาได้ไม่ เพราะเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย และการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีผลกระทบถึงความสมบูรณ์แห่งสัญญา.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่า โจทก์ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนเป็นที่พอใจแล้ว โจทก์จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าโจทก์ยังมิได้รับค่าสินไหมทดแทนเต็มตามสัญญาหาได้ไม่ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย และมิใช่เป็นการนำสืบพยานบุคคลว่าสัญญาไม่สมบูรณ์ สัญญาประนีประนอมยอมความจะสมบูรณ์หรือไม่มิได้ขึ้นอยู่กับการชำระหนี้ตามสัญญา การชำระหนี้เป็นเพียงการปฏิบัติตามสัญญา ไม่มีผลกระทบถึงความสมบูรณ์แห่งสัญญา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อชนโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสามกับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมชำระเงิน 35,000 บาท ให้โจทก์ที่ 1 ชำระเงิน30,000 บาท ให้โจทก์ที่ 2 และชำระเงิน 20,000 บาทให้โจทก์ที่ 3หลังจากทำสัญญากันแล้วจำเลยชำระเงินให้โจทก์เพียง 15,000 บาท แล้วไม่ชำระอีก เหตุที่ในสัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่าจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว เพื่อเป็นเหตุให้ศาลรอการลงโทษจำเลย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินให้โจทก์อีก 70,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์จริง และจำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์แล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 70,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเป็นหลักฐานแห่งสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ทั้งสาม กับจำเลยมีข้อความในตอนท้ายสรุปว่า "โจทก์ที่ 1 ที่ 3 ได้รับชดใช้ค่าเสียหายค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทน รวมทั้งค่าเสียหายอื่นจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยต่อไปทั้งในทางแพ่งและทางอาญา เมื่อข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 3 ได้รับเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความจากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว โจทก์ที่ 1ที่ 3 จะนำพยานบุคคลมาสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารดังกล่าวว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 3 ได้รับเงินจากจำเลยไปเพียง 15,000 บาท ยังค้างชำระอีก 70,000 บาท หาได้ไม่ เพราะเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ที่โจทก์ที่ 1 ที่ 3ฎีกาว่า การนำสืบพยานบุคคลในกรณีนี้เป็นการนำสืบว่าสัญญาไม่สมบูรณ์สืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94วรรคท้ายนั้น เห็นว่าสัญญาประนีประนอมยอมความจะสมบูรณ์หรือไม่มิได้ขึ้นอยู่กับการชำระหนี้ตามสัญญาการชำระหนี้เป็นเพียงการปฏิบัติตามสัญญาเท่านั้นไม่มีผลกระทบถึงความสมบูรณ์แห่งสัญญา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2534 นาง บุญ ลือ เดชอุดม กับพวก โจทก์ นาย ดำรง ค์ มั่นคง ขันติ วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง บุญ ลือ เดชอุดม กับพวก · จำเลย - นาย ดำรง ค์ มั่นคง ขันติ วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6801/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 794/2509ฎีกา 643/2497ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 898/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 8207/2538ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 1302/2535ฎีกา 581/2530ฎีกา 174/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา