⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 322/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ภายในอายุความ ย่อมทำให้อายุความสะดุดหยุดลง และเริ่มนับอายุความใหม่นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ตามที่รับสภาพไว้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ให้โจทก์ภายในอายุความ อายุความฟ้องเรียกเงินกู้สะดุดหยุดลงต้องเริ่มนับอายุความกันใหม่ตั้งแต่วันสิ้นกำหนดเวลาที่จำเลยทำสัญญาว่าจะนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ เมื่อหนี้เงินต้นยังไม่ขาดอายุความ โจทก์ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่า 5 ปีได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 189

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.181 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.189

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ ๒ ครั้ง คือเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๑๗จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน และได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๓๙๓ พร้อมตึกแถวของจำเลยเป็นประกัน ต่อมาวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๑ จำเลยได้ทำสัญญาเพิ่มเงินกู้และจำนองอีก ๑๘๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินกู้ ๒๘๐,๐๐๐ บาท จำเลยไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๒๗ รวมเป็นเงินกู้และดอกเบี้ยค้างชำระ ๕๙๒,๑๔๑.๖๖ บาทต่อมาวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๗ จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ สัญญาว่าจะชำระหนี้ทั้งหมดภายในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๘ ถึงกำหนดจำเลยไม่ชำระ รวมเป็นดอกเบี้ยนับจากวันรับสภาพหนี้ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐๔,๗๖๖.๖๖ บาท ให้จำเลยชำระหนี้รวม ๖๙๖,๙๐๘.๓๒ บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๘๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จมิฉะนั้นให้บังคับจำนอง จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญากู้และจำนองจริง แต่โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกิน๕ ปี ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๘๙ ดอกเบี้ยตกเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยใช้เงินต้น ๒๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้บังคับจำนองเอาที่ดินและตึกแถวที่จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนกว่าจะครบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๑ เป็นต้นไปหรือไม่ ฟังได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่๑๒ กันยายน ๒๕๑๗ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ครั้งหลังวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๑ จำนวน๑๘๐,๐๐๐ บาท โดยจำนองที่ดินและตึกแถวไว้เป็นประกัน กำหนดไถ่ถอนแต่ละรายภายใน ๑ ปีดังนี้ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้แต่ละรายตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๑๘และวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๒ ตามลำดับ อายุความเรียกเงินกู้มีกำหนดเวลา ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ โจทก์จึงต้องใช้สิทธิฟ้องเรียกเงินกู้ภายในวันที่ ๑๒กันยายน ๒๕๒๘ และ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๒ ตามลำดับ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๗จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ทั้งสองจำนวนนี้ไว้ภายในอายุความ มีผลให้อายุความฟ้องเรียกเงินกู้ทั้งสองจำนวนสะดุดหยุดลง ต้องเริ่มนับอายุความกันใหม่ตั้งแต่เวลาเมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดไป คือวันสิ้นกำหนดเวลาที่จำเลยสัญญาว่าจะนำเงินมาชำระหนี้ ซึ่งจำเลยสัญญาว่าจะนำเงินมาชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๘ จึงถือว่าเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงได้สิ้นสุดลงในวันดังกล่าวต้องนับอายุความ ๑๐ ปีใหม่ ตั้งแต่วันนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๑ วรรคสอง ฉะนั้นอายุความ ๑๐ ปี จึงครบกำหนดในวันที่ ๑๒ กันยายน๒๕๓๘ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ จึงยังไม่ขาดอายุความ กรณีไม่ต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๙ ซึ่งเป็นเรื่องสิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เดิมขาดอายุความแล้ว เป็นเหตุให้ไม่อาจใช้สิทธิฟ้องเรียกชำระหนี้ได้ แต่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิฟ้องบังคับเอาจากทรัพย์สินที่รับจำนองได้ ซึ่งในกรณีเช่นนั้นกฎหมายห้ามมิให้เรียกดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่า ๕ ปี..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2534 นายประกิจ มโนมัยวิบูลย์ โจทก์ นางสง่า นวรัตน์ ณ อยุธยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกิจ มโนมัยวิบูลย์ · จำเลย - นางสง่า นวรัตน์ ณ อยุธยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัย ตันติกุลานันท์ · พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอุส่าห์ ทุมมา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 163/2491ฎีกา 7980/2551ฎีกา 4884/2543ฎีกา 1862/2518ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 4082/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1196/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา