คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3673/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 101 และ 103 ในการค้นและยึดสิ่งของ ไม่ทำให้สิ่งของกลางที่ยึดได้นั้นใช้ยันจำเลยไม่ได้ หากจำเลยไม่ได้ยกข้อกฎหมายนี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยฎีกาว่า การที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ค้นและยึดสิ่งของมิได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 101 และมาตรา 103 กล่าวคือ มิได้ห่อสิ่งของหรือบรรจุหีบห่อแล้วตีตราไว้ หรือไม่ทำเครื่องหมายสิ่งของที่ยึดได้หรือไม่ได้บันทึกรายละเอียดแห่งการค้น เพียงแต่ระบุว่าพบสิ่งของดังกล่าวจากบ้านจำเลย สิ่งของที่เป็นของกลางดังกล่าวจะใช้ยันจำเลยได้หรือไม่ ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และจำเลยเพียงแต่สงสัยว่าจะใช้ยันจำเลยได้หรือไม่เท่านั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างอิงให้ชัดแจ้งว่าจะใช้ยันจำเลยไม่ได้เพราะเหตุใด ถือไม่ได้ว่าเป็นฎีกาที่โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนี้ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188, 335, 357, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4คืนของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา บริษัท ดี.ที.ซี.อินดัสตรีส์ จำกัด และบริษัทยูโรไทยแม่พิมพ์พลาสติกและโลหะ จำกัด ผู้เสียหายทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188, 335 ลงโทษตามมาตรา 335 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี คืนของกลางแก่เจ้าของ ข้อหารับของโจรให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ประกอบวรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่าการที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ค้นและยึดสิ่งของมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 101 และมาตรา 103 กล่าวคือมิได้ห่อสิ่งของหรือบรรจุหีบห่อแล้วตีตราไว้ หรือไม่ทำเครื่องหมายสิ่งของที่ยึดได้หรือไม่ได้บันทึกรายละเอียดแห่งการค้น เพียงแต่ระบุว่าพบสิ่งของดังกล่าวจากบ้านของจำเลย สิ่งของที่เป็นของกลางดังกล่าวจะใช้ยันจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า ปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยดังกล่าว เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195ประกอบด้วยมาตรา 225 และจำเลยเพียงแต่สงสัยว่าจะใช้ยันจำเลยได้หรือไม่เท่านั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างอิงให้ชัดแจ้งว่าจะใช้ยันจำเลยไม่ได้เพราะเหตุใด ถือไม่ได้ว่าเป็นฎีกาที่โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"
พิพากษายกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3673/2534
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
บริษัท ดี . ที . ซี.อินดัสตรีส์ จำกัด ที่ 1 โจทก์
บริษัท ยูโร ไทย แม่พิมพ์ พลาสติก และ โลหะ จำกัด ที่ 2 โจทก์
นาย มนตรี ชู มณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท ดี . ที . ซี.อินดัสตรีส์ จำกัด ที่ 1 · โจทก์ - บริษัท ยูโร ไทย แม่พิมพ์ พลาสติก และ โลหะ จำกัด ที่ 2 · จำเลย - นาย มนตรี ชู มณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ