⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5394/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5394/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของผู้เสียหายชั้นสอบสวนและคำเบิกความของบุคคลที่สามเกี่ยวกับคำบอกเล่าของผู้เสียหาย เป็นพยานบอกเล่า มีน้ำหนักน้อย ไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้ เว้นแต่จะมีเหตุอันควรเชื่อว่าพยานบอกเล่าดังกล่าวมีมูลความจริง

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความเป็นพยาน คงมีแต่ ฉ. เบิกความว่าผู้เสียหายได้เล่าให้ฟังว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิง ผู้เสียหายกับมีคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย และบันทึก การ ชี้ ตัวจำเลยเป็นพยาน ซึ่งล้วนแต่เป็นพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย ไม่อาจฟังลงโทษจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 340 ตรี, 288, 289, 80, 90 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21พฤศจิกายน 2514 ข้อ 14, 15 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 13, 14 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รถจักรยานยนต์จำนวน 1 คัน ราคา 35,500 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(7) ประกอบกับมาตรา 80 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รถจักรยานยนต์ 1 คัน ราคา 35,500 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาจะต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ นายเฉลิม แวววงษ์ทอง พยานโจทก์เบิกความว่าหลังจากทราบว่าผู้เสียหายถูกยิงได้รับบาดเจ็บและไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร จึงได้ไปเยี่ยมผู้เสียหายที่โรงพยาบาลดังกล่าว ได้รับคำบอกเล่าจากผู้เสียหายว่า วันเวลาเกิดเหตุจำเลยได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายไประหว่างทางจำเลยได้ชิงเอารถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับขี่ไปและใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายผู้เสียหาย เมื่อไปดูที่เกิดเหตุในวันรุ่งขึ้นแล้วจึงได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอส่องดาวในวันเดียวกัน สำหรับนายชัชชัย แวววงษ์ทอง ผู้เสียหาย โจทก์ไม่ได้ตัวมาเบิกความเป็นพยาน คงอ้างส่งบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนและบันทึกการชี้ตัวของผู้เสียหายเป็นพยาน ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 ตามลำดับ ซึ่งตามบันทึก คำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวได้ความว่าวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาจำเลยไปหาเพื่อนจำเลยที่อำเภอส่องดาว ระหว่างทางจำเลยได้ชิงเอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายและใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายผู้เสียหายและเมื่อจับกุมจำเลยได้พนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลย ผู้เสียหายชี้ตัวได้ถูกต้อง นอกจากพยานบุคคลและพยานเอกสารดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่มีพยานอื่นเบิกความว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ผู้เสียหาย เห็นว่า ทั้งคำเบิกความของนายเฉลิม บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนและบันทึกการชี้ตัวของผู้เสียหายล้วนเป็นพยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสืบประกอบให้มั่นคงก็ไม่อาจฟังลงโทษจำเลยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5394/2534 พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร โจทก์ นาย สำ หรือ สมจิตร ศรีดา บุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สกลนคร · จำเลย - นาย สำ หรือ สมจิตร ศรีดา บุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3027/2540ฎีกา 185/2535ฎีกา 98/2537ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 824/2535ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 1148/2534ฎีกา 240/2535ฎีกา 2963/2535ฎีกา 3284/2543ฎีกา 525/2541ฎีกา 831/2541ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 6856/2544ฎีกา 362/2540ฎีกา 435/2535ฎีกา 2414/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ