⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6091/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6091/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การสั่งคุ้มครองชั่วคราวตามมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ต้องดำเนินการโดยวิธีธรรมดา ไม่ใช่กรณีที่ศาลต้องพิจารณาโดยด่วนและสั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งสำเนาให้คู่กรณีทราบ

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของโจทก์ฉบับลงวันที่ 7 ธันวาคม 2531 ในวันที่ 13 ธันวาคม2531 และสั่งให้โจทก์ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทุกคนทราบ เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จในวันที่ 14 ธันวาคม 2531 แล้วได้มีคำสั่งในวันรุ่งขึ้นให้จำเลยทุกคนร่วมกันจัดการนำส่งสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทต่อศาลเป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาภายใน 15 วันจำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 12 มกราคม 2532 ขอให้ศาลชั้นต้นยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ดังนี้ มิใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้อง ของ โจทก์เป็นการด่วนโดยไม่ชักช้า และคำสั่งดังกล่าวก็มิได้บังคับได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งให้จำเลยทุกคนทราบดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 267,269 กรณีจึงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาไต่สวนคำร้อง ของ โจทก์อย่างวิธีธรรมดา จะนำป.วิ.พ. มาตรา 267 วรรคสอง มาปรับกับกรณีตามคำร้อง ของ จำเลยไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.267 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.269

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องในฐานะผู้ถือหุ้นเกินกว่าหนึ่งในห้าของหุ้นทั้งหมดขอให้บังคับจำเลยทุกคนในฐานะกรรมการบริษัทจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี อนุญาตให้โจทก์หรือตัวแทนเข้าตรวจดูสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ให้จำเลยทุกคนจัดทำสำเนาทะเบียนผู้ถือหุ้นและส่งมอบให้โจทก์ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2531 ที่โจทก์ยื่นฟ้องนั้นเอง โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสิบสี่คนร่วมกันจัดส่งสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นมาไว้ที่ศาลเป็นการด่วนเพื่อรักษาไว้ที่ศาลเป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 13 ธันวาคม 2531 และให้โจทก์ส่งสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยทุกคน จำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6ยื่นคำคัดค้านคำร้องของโจทก์ว่า จำเลยไม่จัดการประชุมตามที่โจทก์ขอ เพราะโจทก์มิได้เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทมาบุญครองอบพืชและไซโล จำกัด จำเลยยินดีให้โจทก์เข้าตรวจดูสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเสมอไม่เคยปฏิเสธต่อโจทก์ โจทก์เพียงคาดคิดเอาว่าโจทก์เรียกประชุมผู้ถือหุ้นไม่สำเร็จ เพราะจำเลยคงจะไม่ให้ตรวจดูสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น กรรมการของบริษัทคงจะไม่มาประชุม เป็นเหตุการณ์ภายหน้าที่ยังไม่เกิดขึ้น โจทก์จะขอให้คุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ชั่วคราวดังคำร้องของโจทก์ไม่ได้ และกรณีไม่มีเหตุฉุกเฉินดังที่โจทก์กล่าวอ้าง ขอให้ยกคำร้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2531ว่า ให้จำเลยทั้งสิบสี่คนร่วมกันจัดการนำส่งสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทมาบุญครองอบพืชและไซโล จำกัด ต่อศาลเป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาภายใน 15 วัน เพื่อให้โจทก์ตรวจดูรายชื่อผู้ถือหุ้น ต่อมาวันที่ 12 มกราคม 2532 จำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 ยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวตามนัยมาตรา 267 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 จำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ที่ 5 ฎีกาโต้แย้งว่าการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนคำร้องของโจทก์หลังจากที่โจทก์ยื่นคำร้องแล้ว 6 วัน โดยส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยที่ 1ที่ 5 ทราบ แล้วได้มีคำสั่งในวันรุ่งขึ้น หลังจากไต่สวนเสร็จก็ถือได้ว่าเป็นการพิจารณาเป็นการด่วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 267 แล้ว ซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 5 ไม่มีทางที่จะทำอย่างอื่นได้นอกจากร้องขอให้ศาลชั้นต้นยกเลิกคำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคสอง นั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 7 ธันวาคม 2531 ในวันที่ 13ธันวาคม 2531 และสั่งให้โจทก์ส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทุกคนทราบเมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จในวันที่ 14 ธันวาคม 2531 แล้วได้มีคำสั่งในวันรุ่งขึ้นให้จำเลยทุกคนร่วมกันจัดการนำส่งสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นต่อศาลเป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาภายใน 15 วัน ดังนี้จึงมิใช่กรณีที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์เป็นการด่วนโดยไม่ชักช้า และคำสั่งดังกล่าวก็มิได้บังคับได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งให้จำเลยทุกคนทราบดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 267, 269 กรณีจึงเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาไต่สวนคำร้องของโจทก์อย่างวิธีธรรมดา ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2514 ดังนั้น จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 267 วรรคสอง มาปรับกับกรณีตามคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 5ฉบับลงวันที่ 12 มกราคม 2532 ไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6091/2534 นาง ชนัตถ์ ปิยะอุย โจทก์ นาย ศิริชัย บูลกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ชนัตถ์ ปิยะอุย · จำเลย - นาย ศิริชัย บูลกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · นิเวศน์ คำผอง · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 4273/2531ฎีกา 6027/2534ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 247/2525ฎีกา 4309/2534ฎีกา 1565/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา