⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 629/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลครอบครองที่ดินโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดิน ถือเป็นการครอบครองแทนเจ้าของที่ดิน สิทธิครอบครองยังคงเป็นของเจ้าของที่ดินเดิม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มิได้ยกที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลยโจทก์เพียงแต่อนุญาตให้จำเลยเข้าครอบครองทำกินเท่านั้น การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการครอบครองเพื่อตนแต่เป็นการครอบครองแทนโจทก์ สิทธิครอบครองที่ดินยังเป็นของโจทก์โจทก์มีสิทธิให้จำเลยออกไปเสียจากที่ดินพิพาทได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เนื้อที่ 11 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา เมื่อประมาณปี2524 จำเลยซึ่งเป็นบุตรโจทก์ได้เข้าอาศัยทำกินในที่ดินแปลงนี้ประมาณ5 ไร่ ต่อมาประมาณเดือนมกราคม 2529 โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยทำกินในที่ดินดังกล่าวนี้ต่อไป จึงให้จำเลยออกไป แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขาดรายได้จากค่าเช่าคิดเป็นเงินปีละ5,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้อง กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 5,000 บาทตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไป จำเลยให้การว่า จำเลย นางเภา พลอยเขียว นายสง่าหรือแกะ ธนูศรและนางหงี่ สังข์เพชร ต่างเป็นบุตรโจทก์ เมื่อประมาณ 40 ปีมาแล้วโจทก์กับสามีและบุตรทั้งสี่คนดังกล่าวช่วยกันก่นสร้างที่ดินแปลงตามคำฟ้อง จำเลยเป็นผู้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้แต่เพียงผู้เดียวมานานประมาณ 30 ปีแล้ว โดยปลูกข้าวและผลไม้ ต่อมาปี 2521 โจทก์ได้แบ่งแยกที่ดินแปลงนี้ให้บุตรทั้งสี่คนดังกล่าว รวมทั้งจำเลยด้วยคนละ 2 ไร่ 3 งาน จำเลยได้ซื้อส่วนที่เป็นของนายสง่าหรือแกะที่ได้รับการยกให้ด้วย จำเลยจึงมีที่ดินรวมเนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน คือที่ดินพิพาท จำเลยเข้าทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมาประมาณ30 ปีแล้ว จำเลยจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง และโจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทให้จำเลยชำระค่าเสียหายปีละ 4,000 บาทแก่โจทก์ จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่พิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง ปัจจุบันจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทอยู่แล้ววินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มิได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลย โจทก์เพียงแต่อนุญาตให้จำเลยเข้าครอบครองทำกินเท่านั้น การที่จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการครอบครองเพื่อตน แต่เป็นการครอบครองแทนโจทก์ สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทยังเป็นของโจทก์ โจทก์มีสิทธิให้จำเลยออกไปเสียจากที่ดินพิพาทได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2534 นาง ไผ่ ธนูศร โจทก์ นาย เวก ธนูศร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ไผ่ ธนูศร · จำเลย - นาย เวก ธนูศร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7725/2540ฎีกา 3021/2522ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 1284/2497ฎีกา 2749/2538ฎีกา 485/2486ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 527/2536ฎีกา 3089/2537ฎีกา 1153/2501ฎีกา 1405/2515ฎีกา 464/2497ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1280/2492ฎีกา 1070/2499ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 659/2529ฎีกา 994/2485ฎีกา 2938/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา