คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6337/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมจะเริ่มนับระยะเวลาสิบปีได้ ก็ต่อเมื่อระยะเวลาที่ศาลกำหนดให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้ล่วงพ้นไปแล้ว
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษา ตามยอมพร้อมออกคำบังคับในวันที่ 29 เมษายน 2520 โจทก์จำเลย ลงชื่อรับทราบคำบังคับกำหนดให้จำเลยใช้เงินตาม สัญญาประนีประนอมยอมความแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือน การที่โจทก์จะมีสิทธิบังคับคดีและขอให้ศาลออกหมาย บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 271,273,276 ได้นั้นจะต้องให้ระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้ล่วงพ้นไปแล้วโจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยได้ภายในสิบปีตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2520 จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2530
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องจากโจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2520 และจำเลยตกลงจะชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันทำยอม โจทก์ได้ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่17 พฤศจิกายน 2520 ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2530 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 55203 จำเลยคัดค้านว่าโจทก์มิได้บังคับคดีภายใน 10 ปี จึงขาดอายุความบังคับคดีศาลชั้นต้นนัดไต่สวน และต่อมาเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดไต่สวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ขอหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2520 แต่เพิ่งยื่นคำขอยึดทรัพย์จำเลยวันที่ 22 กันยายน 2530 จึงเป็นการบังคับคดีเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาสิบปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งพิพากษาแล้วคดีของโจทก์ขาดอายุความบังคับคดี จึงไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลทำการยึดทรัพย์ของจำเลยได้ให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไปตามคำร้องขอของโจทก์ จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้พิพากษาตามยอมพร้อมออกคำบังคับในวันที่ 29 เมษายน 2520 ซึ่งโจทก์จำเลยลงชื่อรับทราบคำบังคับแล้ว คำบังคับดังกล่าวกำหนดให้จำเลยใช้เงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ซึ่งระบุว่า จำเลยตกลงชำระหนี้ตามสัญญาแก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 6 เดือนกล่าวคือ ภายในวันที่ 29 ตุลาคม 2520 การที่โจทก์จะมีสิทธิบังคับคดีจำเลยและขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 มาตรา 273และมาตรา 276 นั้น จะต้องให้ระยะเวลาที่ศาลได้กำหนดไว้เพื่อปฏิบัติตามคำบังคับนั้น คือวันที่ 29 ตุลาคม 2520 ได้ล่วงพ้นไปแล้วโจทก์จึงมีสิทธิบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยในคดีนี้ได้ภายในสิบปีตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2520 จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2530โจทก์จึงมีสิทธินำยึดทรัพย์จำเลยในวันที่ 22 กันยายน 2530 ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6337/2534
ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด โจทก์
นาย สุวิทย์ แซ่ลิ้ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด · จำเลย - นาย สุวิทย์ แซ่ลิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · สมชัย ศิริบุตร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา