⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6359/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6359/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้ เว้นแต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างขาดนัดยื่นคำให้การ จึงไม่มีประเด็นในปัญหาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลยที่ 1และโจทก์ทำให้หนี้ในมูลละเมิดระงับลงอันมีผลทำให้จำเลยที่ 2ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากความรับผิดไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 852 ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องอำนาจฟ้อง และไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองใช้เงินจำนวน 22,873.15 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากยอดเงิน 21,955 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยชำระให้โจทก์เสร็จกับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ และเฉพาะจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ร่วมกันชำระเงินจำนวน 22,873.15 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 21,955 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2ไปในทางการที่จ้างชนกับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหายจำเลยที่ 1 ได้ตกลงชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์ตามสำเนาบันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.6 คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2ในปัญหาข้อกฎหมายว่าอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 หรือไม่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์มาเป็นสำคัญว่าการที่จำเลยที่ 1 ยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามสำเนาบันทึกประจำวันเอกสารหมาย จ.6 ย่อมมีผลทำให้หนี้ในมูลละเมิดระงับลงคงมีผลผูกพันกันตามข้อตกลงดังกล่าวเท่านั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิมาฟ้องให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดอีก และวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225บัญญัติว่า ข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในการยื่นอุทธรณ์นั้นต้องเป็นข้อกฎหมายที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ยกเว้นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงจะหยิบยกขึ้นอ้างอิงในการยื่นอุทธรณ์ได้ แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การปัญหาข้อที่ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวทำให้หนี้ในมูลละเมิดระงับลงอันมีผลให้จำเลยที่ 2 ในฐานะนายจ้างของจำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากความรับผิดไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 หรือไม่ จึงไม่มีประเด็นในข้อนี้ ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องอำนาจฟ้องและไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยที่ 2 จึงยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6359/2534 บริษัท ไทย พัฒนา ประกันภัย จำกัด โจทก์ นาย นพปฎล ตัน สกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ไทย พัฒนา ประกันภัย จำกัด · จำเลย - นาย นพปฎล ตัน สกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1127/2505ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8988/2550ฎีกา 6232/2534ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา