⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 881/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปจากที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไปแล้ว และข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยในประเด็นนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดและตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 307อ้างว่าที่ดินสองแปลงพร้อมอาคารพาณิชย์ที่ยึดมาบังคับคดีติดจำนองเจ้าหนี้รายอื่นร่วมกับที่ดินของจำเลยอีกหลายแปลงพร้อมอาคารพาณิชย์ปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่าภายหลังศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงหลายประการโดยจำเลยได้นำเงินสดไปวางที่กรมบังคับคดีเพื่อชำระหนี้รายอื่นแล้ว และได้ขอปลดหนี้จำนองอีกรายหนึ่งในวงเงินสิบหกล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.307

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามเช็คจำนวน 214,917.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนวนสองแปลงพร้อมด้วยอาคารพาณิชย์ของจำเลยซึ่งติดจำนองบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด ร่วมกับที่ดินอีกเก้าแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินต้น 12,000,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดในวันที่ 19 พฤษภาคม 2530 ปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาต่ำเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงให้งดการขายไว้ และประกาศขายใหม่ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการขายทอดตลาดไว้ และตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 307 โจทก์คัดค้านว่า จำเลยมีเจตนาประวิงเวลาขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด ไม่มีเจตนาจะชำระหนี้ให้โจทก์ และจำเลยมีหนี้สินอื่นอีกมากคงไม่สามารถชำระหนี้ให้โจทก์ได้ ขอให้ยกคำร้องของจำเลย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว พิพากษายกคำร้องของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์แก้อุทธรณ์เองจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า นับแต่ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีการเปลี่ยนแปลงหลายประการโดยจำเลยได้นำเงินสดไปวางที่กรมบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ให้นายสุรชัยเรียบร้อยแล้วและได้ขอปลดจำนองต่อบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัดในวงเงิน 16,000,000 บาท ซึ่งได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย จึงไม่สมควรตั้งผู้จัดการอสังหาริมทรัพย์ตามที่จำเลยขอ พิพากษายืน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์แก้ฎีกาเอง จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 881/2534 นาย สม พงษ์ สาธกุไร โจทก์ นาง นิตยา เจนสัจวรรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สม พงษ์ สาธกุไร · จำเลย - นาง นิตยา เจนสัจวรรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา