⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1324/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าที่ดินดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเดิมเป็นคลองซึ่งประชาชนใช้ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ต่อมาสุขาภิบาลได้ถมคลองแล้วจัดให้ประชาชนวางแผงลอย โจทก์เป็นผู้เข้าทำสัญญาวางแผงลอยบนที่ดินพิพาทกับสุขาภิบาล ต่อมาโจทก์นำที่ดินพิพาทให้จำเลยเช่าเพื่อสร้างอาคารแบบร้านค้า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินพิพาทและจำเลยได้เช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดินสุขาภิบาลกระทู้ แผงลอยที่ 17 ถนนราษฎร์อุทิศ (บางลา) จำเลยได้เช่าที่ดินดังกล่าวไปจากโจทก์เพื่อปลูกสร้างอาคารร้านค้ามีกำหนดเวลา5 ปี มีข้อสัญญาว่า เมื่อครบกำหนดแล้วสิ่งปลูกสร้างต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาเช่าจำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์ โจทก์จึงมอบหมายให้ทนายความบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยและให้จำเลยกับบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปพร้อมส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ ขอให้จำเลยขนย้ายบริวารและทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินแผงลอยที่ 17 และส่งมอบให้โจทก์ในสภาพที่ดิน ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะที่สุขาภิบาลป่าตอง(ที่ถูกเป็นสุขาภิบาลกะทู้) นำมาจัดระเบียบเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง โจทก์ไม่เคยเข้าครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวมาก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยขนย้ายบริวารและทรัพย์สินออกจากสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินแผงลอยที่ 17 และส่งมอบที่ดินแผงลอยที่ 17พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินให้โจทก์ ห้ามจำเลยกับบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวอีก ให้จำเลยชำระเงิน6,000 บาท แก่โจทก์ และอีกเดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องและโจทก์นำสืบฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้เข้ามาทำสัญญาวางแผงลอยที่ 17 บนที่ดินพิพาทกับสุขาภิบาลกะทู้ ดังปรากฏตามสัญญาวางแผงลอยเอกสารหมาย จ.1โจทก์นำที่ดินพิพาทให้จำเลยเช่าเพื่อสร้างอาคารแบบร้านค้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2525 มีกำหนดเวลา 5 ปี ปรากฏตามสัญญาเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ.2 แม้ที่ดินพิพาทเดิมเป็นคลองบางลาซึ่งประชาชนใช้ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก็ตาม แต่ต่อมาสุขาภิบาลกะทู้ได้ถมคลองดังกล่าวแล้วจัดให้ประชาชนวางแผงลอยโดยโจทก์มีสิทธิประโยชน์ในที่ดินพิพาทและจำเลยได้เช่าที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1324/2535 นาง ฉวี ตงเท่งหรือสงวนพร โจทก์ นาง สุธี โพธิ จันทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ฉวี ตงเท่งหรือสงวนพร · จำเลย - นาง สุธี โพธิ จันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา