⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1378/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชักชวนพนักงานของนายจ้างไปทำงานกับผู้อื่นโดยไม่มีข้อเสนอที่แน่นอนและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง ไม่ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อนายจ้างหรือฝ่าฝืนข้อบังคับร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ชักชวนพนักงานของจำเลยให้ไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นที่ประกอบกิจการอย่างเดียวกับจำเลย โดยกล่าวลอย ๆ ไม่มีข้อเสนอที่แน่นอน ผู้ที่ถูกชักชวนก็มิได้ลาออกไปทำงานที่สถานประกอบการอื่น และไม่ปรากฏว่าจำเลยเสียหายการกระทำของโจทก์จึงไม่ถึงขั้นเป็นการสนทนาให้ร้ายเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจของจำเลยหรือดำเนินการแข่งขันกับจำเลยซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลย มิใช่การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยกรณีที่ร้ายแรงและไม่ถือว่าโจทก์กระทำการอื่นไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปถูกต้องและสุจริตด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดและไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ละทิ้งงานในหน้าที่ไปชักชวนพนักงานของจำเลยไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นที่บริหารโดยคณะบุคคลที่เป็นอดีต ผู้บริหารงานของจำเลย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ โดยไม่มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและค่าเสียหายให้โจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้เห็นว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ โจทก์ไปพูดคุยกับพนักงานของจำเลยโดยชักชวนให้ไปทำงานที่บริษัทที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาไม่ได้ระบุว่าบริษัทอะไร ตำแหน่งอะไร ค่าจ้างเท่าใด เป็นการกล่าวขึ้นลอย ๆ โดยไม่มีข้อเสนอที่แน่นอน และการลาออกเป็นสิทธิเฉพาะตัวของพนักงานแต่ละคนที่จะลาออกเมื่อใดก็ได้ การชักชวนเช่นนั้นจึงไม่ผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และปรากฏว่าผู้ที่ถูกชักชวนไม่ได้ลาออกไปทำงานที่สถานประกอบการอื่น จำเลยยังไม่ได้รับความเสียหาย ถือไม่ได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยเสียหายดำเนินกิจการแข่งขันกับจำเลย นอกจากนี้จำเลยนำสืบไม่ได้ว่าโจทก์กระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต จำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยแก่โจทก์ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์พูดคุยกับพนักงานของจำเลย เรื่องไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นที่ประกอบกิจการลักษณะเดียวกับจำเลยนั้น ย่อมไม่เป็นที่ไว้วางใจของจำเลยที่จะให้ทำงานอยู่ต่อไป จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เข้าทำงานตั้งแต่วันที่ 10กรกฎาคม 2533 ตำแหน่งวิศวกรประจำส่วนส่งเสริมการผลิตได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 16,000 บาท จ่ายค่าจ้างทุกวันสิ้นเดือนจำเลยเลิกจ้าง โจทก์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2534 จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า การที่โจทก์ชักชวนพนักงานไปทำงานที่สถานประกอบการอื่น แม้พนักงานจะไม่ลาออกไปตามที่โจทก์ชักชวนก็ถือว่าเป็นการกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลย เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย ข้อ 35.10 และแม้การกระทำของโจทก์ยังไม่เป็นการจงใจทำให้จำเลยเสียหาย แต่เป็นการทำผิดหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานอันเป็นกรณีร้ายแรง ข้อ 35.11พิเคราะห์แล้ว ตามคู่มือผู้ปฏิบัติงานของจำเลยเอกสารหมาย ล.10หมวดที่ 8 วินัยและโทษทางวินัย ข้อ 35.10 ระบุว่า "ปฏิบัติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อบริษัทฯ (1) สนทนาให้ร้าย เป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจ และเสื่อมเสียชื่อเสียง และภาพพจน์ของบริษัทฯ (2) ดำเนินกิจการแข่งขันกับบริษัทฯ" ข้อ 35.11 ระบุว่า "กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47 (1) ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัทฯ หรือผู้บังคับบัญชา (2) จงใจทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย (3) ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชาและบริษัทฯ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงผู้บังคับบัญชาไม่จำต้องตักเตือน" เห็นว่า การที่โจทก์ชักชวนพนักงานของจำเลยให้ไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นที่ประกอบกิจการอย่างเดียวกับจำเลย โดยกล่าวลอย ๆ ไม่มีข้อเสนอที่แน่นอน และผู้ที่ถูกใช้ชักชวนดังกล่าวมิได้ลาออกไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นการที่โจทก์ชักชวนและไม่ปรากฏว่าจำเลยเสียหาย การกระทำของโจทก์จึงไม่ถึงขั้นเป็นการสนทนาให้ร้ายเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจของจำเลยหรือดำเนินกิจการแข่งขันกับจำเลย ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลย ตามคู่มือผู้ปฏิบัติงานของจำเลย ข้อ 35.10 และไม่ใช่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยในข้อที่ร้ายแรงตามข้อ 35.11 แต่อย่างใด จำเลยอุทธรณ์ข้อสุดท้ายว่า การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.1 ประกอบกับการที่โจทก์มีตำแหน่งหน้าที่เป็นวิศวกรประจำส่วนส่งเสริมการผลิตจะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รักษาผลประโยชน์ของจำเลย การที่โจทก์ใช้ตำแหน่งไปชักชวนพนักงานจำเลยไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต พิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้โจทก์มีตำแหน่งเป็นวิศวกรส่วนส่งเสริมการผลิตจะได้ชักชวนพนักงานไปทำงานที่สถานประกอบการอื่นก็จริง แต่การชักชวนไม่เป็นผลเพราะผู้ที่ถูกชักชวนมิได้ลาออกไปทำงานที่สถานประกอบการอื่น อันจะทำให้จำเลยเสียหาย เพียงเท่านี้ยังไม่ถือว่าโจทก์กระทำการไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตแต่อย่างใด" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยสำหรับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1378/2535 นาย บัณฑูร วรชาติตระกูล โจทก์ บริษัท ชิโน-ไทยเพรสเซอร์เวสเชลแอนด์ไอออนเวิร์คส์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย บัณฑูร วรชาติตระกูล · จำเลย - บริษัท ชิโน-ไทยเพรสเซอร์เวสเชลแอนด์ไอออนเวิร์คส์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8099/2543ฎีกา 8099/2544ฎีกา 3674/2527ฎีกา 4123/2543ฎีกา 5615/2537ฎีกา 2630/2545ฎีกา 3643/2537ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 5101/2550ฎีกา 6296/2545ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 3552/2539ฎีกา 995/2529ฎีกา 1304/2553ฎีกา 5246/2548ฎีกา 2909/2524ฎีกา 2893/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา