⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1465/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการชำระค่าฤชาธรรมเนียมเพื่อประโยชน์แก่ความยุติธรรมนั้น จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อย่างคนอนาถา และสั่งว่าหากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์ ให้จำเลยนำค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นใน 10 วันแต่เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปอีก 15 วัน ศาลชั้นต้นก็ได้สั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาไปเพียง7 วัน อันเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปที่มีอยู่สั่งขยายระยะเวลาการชำระเงินให้จำเลยทั้งสอง เพื่อประโยชน์แก่ความยุติธรรม จำเลยจึงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องการขอขยายระยะเวลาการชำระเงินดังกล่าวได้ตามป.วิ.พ. มาตรา 223 การที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ในเรื่องเกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์เป็นการยื่นอุทธรณ์ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีแล้ว และย่อมทำให้การบังคับคดีต้องล่าช้าไป อันอาจเสียหายแก่โจทก์ผู้ชนะคดีได้ จำเลยจึงต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.234

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ จำนวน 101,875 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์มาชำระภายใน 7 วันจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง และสั่งว่าหากจำเลยทั้งสองยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการชำระเงินต่อศาลชั้นต้น2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน ครั้งแรกศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องส่วนครั้งที่ 2 อนุญาตให้เพียง 7 วัน วันที่ 31 มีนาคม 2532 จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลอุทธรณ์ขยายระยะเวลาการชำระเงินให้อีก 15 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 10 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง ซึ่งคำสั่งนี้เป็นที่สุดแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้ายจำเลยจะขอขยายระยะเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนดอีกไม่ได้ ดังนั้นแม้ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาการชำระเงิน ก็หาก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยไม่ เพราะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการชำระเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้ว จำเลยทั้งสองมิได้ชำระศาลชั้นต้นจึงสั่งไม่รับอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับที่ยื่นมาพร้อมคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ต่อมาวันที่ 10 เมษายน 2532 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า กรณีต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันจึงให้ปฏิบัติภายในวันที่ 14 เมษายน 2532 ก่อน ครั้นถึงกำหนดจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 17เมษายน 2532 ให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อสั่ง วันที่ 26 เมษายน 2532 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา หรือหาประกันตามที่ศาลชั้นต้นสั่ง ศาลชั้นต้นส่งอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไปรวมสำนวนที่ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้จำเลยนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล และมีคำสั่งว่า จำเลยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาที่ให้จำเลยทั้งสองแพ้คดี จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะสั่งรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์พร้อมกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อย่างคนอนาถา และสั่งว่าหากจำเลยทั้งสองยังติดใจอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองนำค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นใน 10 วัน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการชำระเงินออกไปอีก 15 วัน แต่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาไปเพียง 7 วัน อันเป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปที่มีอยู่สั่งขยายระยะเวลาการชำระเงินให้จำเลยทั้งสอง เพื่อประโยชน์แก่ความยุติธรรม จำเลยทั้งสองจึงยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งดังกล่าว ซึ่งย่อมมีสิทธิจะทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 และเมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองก็มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 234 โดยต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล แม้อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ก็ตาม แต่ก็เป็นการยื่นอุทธรณ์ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีแล้ว และเมื่อมีการอุทธรณ์ย่อมทำให้การบังคับคดีต้องล่าช้าไป อาจเสียหายแก่โจทก์ผู้ชนะคดีได้จำเลยทั้งสองจึงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายดังกล่าวสำหรับในกรณีเช่นนี้ด้วย..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1465/2535 นาง ทอง ทิพย์ ตั้ง อนันต กิจ โจทก์ นาย สุนัย หุตะวาณิชย์กุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ทอง ทิพย์ ตั้ง อนันต กิจ · จำเลย - นาย สุนัย หุตะวาณิชย์กุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 1022/2551ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4597/2531ฎีกา 866/2518ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 3830/2524ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 5150/2552ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8086/2543ฎีกา 8277/2551ฎีกา 70/2518ฎีกา 4910/2533ฎีกา 100/2540ฎีกา 8909/2544ฎีกา 946/2550ฎีกา 801/2515ฎีกา 495/2549ฎีกา 3771/2536ฎีกา 9407/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ