คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคัดค้านการขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นภายใน 8 วันนับแต่วันที่ทราบเหตุที่ทำให้การขายทอดตลาดเป็นไปโดยมิชอบ การไม่ปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังกล่าวทำให้เสียสิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนั้น
ย่อคำพิพากษา
เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อเสร็จการขายจำเลยค้านว่าราคาสูงสุดที่ได้ยังต่ำไปขอให้ขายใหม่เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอศาลขออนุญาตขาย ศาลสั่งอนุญาตให้ขาย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลภายใน 8 วัน เช่นนี้ ถือว่าจำเลยมิได้ยื่นคำร้องคัดค้านการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นภายใน 8 วัน นับแต่ทราบถึงเหตุที่ทำให้การขายทอดตลาดเป็นไปโดยมิชอบ ตามที่บังคับไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง เมื่อจำเลยมิได้ร้องคัดค้านการขายทอดตลาดต่อศาลชั้นต้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนั้นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองยอมร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน ๙๕๖,๙๑๑.๓๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ในสัญญายอม ศาลพิพากษาตามยอมแล้วจำเลยทั้งสองผิดนัด โจทก์จึงขอหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและนำยึดที่ดินสองแปลงของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาด๔ ครั้ง ครั้งสุดท้ายโจทก์เข้าสู้ราคาสูงสุดเป็นเงิน ๑,๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ คัดค้านต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าราคาที่ได้ยังต่ำไปขอให้ขายใหม่ เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลเพื่อให้พิจารณาสั่งขายแก่ผู้สู้ราคาสูงสุด
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขายในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๓๔
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๓๔
ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลสั่งขายทอดตลาดใหม่โดยอ้างว่าราคาที่ขายต่ำไป และจำเลยทั้งสองได้แถลงคัดค้านการขายไว้แล้ว กรณีมิใช่เป็นเรื่องคัดค้านว่า การขายทอดตลาดเป็นไปโดยมิชอบที่จะต้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลภายใน ๘ วัน นับแต่ทราบการฝ่าฝืนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ วรรคสอง จำเลยทั้งสองจึงมีสิทธิอุทธรณ์ได้ ซึ่งศาลอุทธรณ์ชอบที่จะรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไว้วินิจฉัยนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดใหม่โดยอ้างว่าราคาที่ขายต่ำไปนั้น เท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยมิชอบอันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง กรณีจำต้องบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๗ และ ๒๙๖ วรรคสองจำเลยทั้งสองต้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงแต่ต้องไม่ช้ากว่า ๘ วัน นับแต่ทราบการฝ่าฝืนนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองเพียงแต่คัดค้านการขายทอดตลาดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยมิได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยทั้งสองจะใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกาหาได้ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2535
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์
นายวิเชียร ภู่ศิริรุ่งโรจน์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · จำเลย - นายวิเชียร ภู่ศิริรุ่งโรจน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายนิติ เอื้อจรัสพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายภิญโญ แกว่นเจริญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา