⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1983/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์หรือฎีกาจะต้องแสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อ้างมาในคำคู่ความหรือคำพิพากษาที่ถูกโต้แย้งให้ชัดแจ้ง.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาจำเลยมิได้โต้เถียงว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่ชอบอย่างไรคงกล่าวอ้างแต่เพียงว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงิน และดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้อง ไม่อาจต่อสู้คดีและคัดค้านคำพิพากษาของศาลได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคแรก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนอง จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ระหว่างนัดไต่สวนคำขอฝ่ายจำเลยขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตและสั่งให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมาศาลในวันนั้นนำส่งหมายนัดและสำเนาคำขอให้โจทก์ใหม่ภายใน 5 วันปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้นำส่งหมายนัดและสำเนาคำขอให้โจทก์ภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่อีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่21 สิงหาคม 2529 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นที่จำหน่ายคำขอให้พิจารณาใหม่ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำขอให้พิจารณาใหม่ แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามรูปคดี ศาลชั้นต้นไต่สวนคำขอใหม่แล้ววินิจฉัยว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสองมิได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินของศาลชั้นต้น จึงไม่จำต้องพิจารณาว่าจำเลยทั้งสองจงใจขาดนัดหรือไม่ ให้ยกคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบพิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองมิได้ยกเหตุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบในข้อไหนอย่างไร คงกล่าวอ้างแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินและดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้องได้อย่างถูกต้อง จำเลยทั้งสองจึงไม่อาจต่อสู้คดีและคัดค้านคำพิพากษาของศาลได้ ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2535 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์ นาย พิมล อัจฉริยะ ศาสตร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · จำเลย - นาย พิมล อัจฉริยะ ศาสตร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ