⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2028/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2028/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรู้ว่าอีกฝ่ายจะกระทำความผิดและหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ถือว่าเป็นการร่วมกระทำความผิด เว้นแต่จะมีการแบ่งหน้าที่กันทำความผิดหรือร่วมมือกันกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

ข้อความในบันทึกคำรับสารภาพชั้นจับกุมและบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนมิได้กล่าวถึงการกระทำใด ๆ ที่เป็นการร่วมกระทำผิดของจำเลยที่ 2 คงได้ความเพียงว่าจำเลยที่ 2 รู้ถึงเจตนาของจำเลยที่ 1 ว่าจะไปชิงทรัพย์ผู้ตาย และขณะที่จำเลยที่ 1 ล็อกคอผู้ตาย จำเลยที่ 2 ก็รีบปลีกตัวออกไปจากที่เกิดเหตุพฤติการณ์เช่นนี้จำเลยที่ 2 มิได้ร่วมเป็นตัวการในการชิงทรัพย์ผู้ตายร่วมกับจำเลยที่ 1 เพราะมิได้แบ่งหน้าที่กันทำความผิด ส่วนข้อที่ว่าได้มีการนัดหมายระหว่างจำเลยทั้งสองว่าหากจำเลยที่ 1 ลงมือกระทำผิดขณะใดให้จำเลยที่ 2 หลบไปนั้น ก็มิใช่การร่วมมือหรือเป็นการกระทำผิดในทางอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 90, 289(7), 339 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคท้าย, 289(7) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม มาตรา 289(7) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้วางโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกตลอดชีวิต ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้อง แต่คดีส่วนของจำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษจำเลยที่ 1 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (ที่ถูกมาตรา 52(1))จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคท้ายให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้ฎีกาขึ้นมาเป็นที่ยุติไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แล้ว คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 แต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์ผู้ตายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์อ้างว่าในชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับและพนักงานสอบสวน มีรายละเอียดตามบันทึกชั้นจับกุม และบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ได้ตรวจบันทึกคำรับสารภาพในชั้นจับกุมแล้ว จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำว่า จำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามีชวนจำเลยที่ 2ไปพบผู้ตายเรื่องเงิน เพราะจำเลยที่ 1 ต้องการจะชิงทรัพย์ผู้ตายเมื่อจำเลยทั้งสองและผู้ตายเดินเข้าไปในซอย 10/5 ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวจำเลยที่ 1 ก็ล็อกคอผู้ตาย จำเลยที่ 2 จึงรีบเดินหลบออกมาทางปากซอยก่อน ส่วนบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนสรุปเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุได้ว่า จำเลยทั้งสองและผู้ตายโดยสารรถยนต์รับจ้างสาธารณะไปลงที่ปากซอย 10/5 แล้วพากันเดินเข้าไปในซอย ผู้ตายเดินนำหน้าจำเลยที่ 1 เดินตามเป็นคนที่สอง ส่วนจำเลยที่ 2 เดินอยู่หลังสุดขณะนั้นจำเลยที่ 1 ใช้มือขวาล็อกคอผู้ตายแล้วดึงตัวผู้ตายเข้าไปข้างทาง จำเลยที่ 2 เห็นดังนั้นจึงเดินย้อนกลับออกมาทางด้านปากซอย10/5 ตามที่ได้นัดแนะไว้กับจำเลยที่ 1 ต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงจำเลยที่ 1 จึงตามออกมาและบอกจำเลยที่ 2 ว่าผู้ตายตายแล้วซึ่งจำเลยที่ 2 แสดงความเห็นว่า ทำไมถึงทำขนาดนั้น แม้จะรับฟังได้ว่าบันทึกคำรับสารภาพและคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2ได้ทำขึ้นโดยชอบ แต่ข้อความในเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวก็มิได้กล่าวถึงการกระทำใด ๆ ที่เป็นการร่วมกระทำผิดของจำเลยที่ 2คงได้ความเพียงว่าจำเลยที่ 2 รู้ถึงเจตนาของจำเลยที่ 1 ว่าจะไปชิงทรัพย์ผู้ตายและขณะที่จำเลยที่ 1 ล็อกคอผู้ตาย จำเลยที่ 2 ก็รีบปลีกตัวออกมาจากที่เกิดเหตุ พฤติการณ์ที่ปรากฏในคดีเช่นนี้ เห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้ร่วมเป็นตัวการในการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ผู้ตายร่วมกับจำเลยที่ 1 เพราะมิได้มีการแบ่งหน้าที่กันทำความผิด ส่วนข้อที่ว่าได้มีการนัดหมายระหว่างจำเลยทั้งสองว่าหากจำเลยที่ 1ลงมือกระทำผิดขณะใดให้จำเลยที่ 2 หลบไปนั้น ก็มิใช่การร่วมมือหรือเป็นการกระทำผิดในทางอาญาเช่นกัน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2028/2535 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ภาณุฤทธิ์ สุนทรนัฏ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ภาณุฤทธิ์ สุนทรนัฏ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 1797/2522ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา