⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2106/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2535

ป.พ.พ. ม.453, 475 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์จะฟ้องคดีที่เกี่ยวกับนิติกรรมที่ตนเองมิได้เป็นคู่สัญญาโดยตรงไม่ได้ แม้จะได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กับสามีร่วมกันซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลย และสามีได้ทำหนังสือให้ความยินยอมแก่โจทก์เพื่อฟ้องจำเลย แต่ปรากฏจากเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์และการโอนทะเบียนรถยนต์ว่า สามีโจทก์เท่านั้นที่ทำสัญญาเป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาท โจทก์มิได้มีนิติสัมพันธ์ประการใดกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดเกี่ยวกับการรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายรถยนต์พิพาท.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.475

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.475 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับสามีโดยชอบด้วยกฎหมายได้ร่วมกันซื้อรถยนต์จากจำเลยราคา 130,000 บาท จำเลยโอนสิทธิทางทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวให้สามีโจทก์ ต่อมารถยนต์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดไปโดยอ้างว่าถูกโจรกรรมมาและคืนรถยนต์ให้แก่เจ้าของที่แท้จริงไปแล้วการกระทำดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์กับสามีถูกรอนสิทธิ จำเลยจึงต้องคืนเงินค่ารถยนต์และค่าเสียหายให้แก่โจทก์กับสามีขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายรวม 137,601.81 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่คู่สัญญากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยไม่เคยขายรถยนต์ตามฟ้องแก่โจทก์ โจทก์อาจดำเนินคดีแก่ผู้รับรถคืนได้ มิใช่การรอนสิทธิ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถยนต์คันพิพาทจากนายสมพงษ์ โฉ่สูงเนินสามีโจทก์ เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ถูกลักไปและได้คืนให้แก่เจ้าของที่แท้จริงไปแล้วปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาโจทก์มีว่าโจทก์ซึ่งเป็นภริยานายสมพงษ์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์นำสืบเพียงว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมพงษ์ ร่วมกันออกเงินซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลย และนายสมพงษ์ได้ทำหนังสือให้ความยินยอมแก่โจทก์เพื่อฟ้องจำเลย แต่ปรากฏจากเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์และการโอนทะเบียนรถยนต์อันได้แก่ บันทึกการขายรถยนต์ ใบเสร็จรับเงินชำระราคารถ และใบคู่มือการจดทะเบียนรถ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานต่าง ๆ ของโจทก์เองว่า นายสมพงษ์ สามีโจทก์เท่านั้นที่ทำสัญญาเป็นผู้ซื้อรถยนต์คันพิพาทไปจากจำเลย โจทก์มิได้มีนิติสัมพันธ์ประการใดกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดเกี่ยวกับการรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขาย" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2535 นาง วา รี โฉ่ สูง เนิ น โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สถิต ยนต์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วา รี โฉ่ สูง เนิ น · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สถิต ยนต์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริงธรรม ลัดพลี · วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ