⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2464/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญากู้เพื่อแปลงหนี้เดิมที่เกิดจากการแลกเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น ลูกหนี้จะอ้างการไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้มาเป็นข้อต่อสู้ว่าไม่มีหนี้ไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญากู้มอบให้โจทก์เนื่องจากจำเลยนำเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายไปแลกเงินสดกับโจทก์แล้ว ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ดังนี้ การทำสัญญากู้จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ จำเลยจะอ้างเอาการไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้มาเป็นข้อต่อสู้ว่าไม่มีหนี้ตามสัญญากู้ต่อกันหาได้ไม่ ในชั้นไต่สวนคำร้องขอยื่นคำให้การของจำเลย มีเพียงตัวจำเลยเบิกความว่าภรรยาเป็นผู้รับหมายเรียกฯ ไว้แทน การที่ภรรยาจำเลยไม่แจ้งให้จำเลยทราบก็เป็นความบกพร่องของฝ่ายจำเลยเอง และถ้าภรรยาจำเลยไม่สามารถจะแจ้งให้จำเลยทราบได้ ก็เป็นเรื่องที่ภรรยาจำเลยจะต้องมาเบิกความเป็นพยานต่อศาลจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 85,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกวันที่ 15 ของเดือนโดยได้รับเงินกู้ยืมไปเรียบร้อยแล้วจำเลยชำระเงินกู้เพียงบางส่วน จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่จำนวน 76,000 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระแต่จำเลยเพิกเฉย จำเลยต้องรับผิดในต้นเงิน 76,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 12,888.33 บาทขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 88,888.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 76,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดยื่นคำให้การพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งยกคำร้องและสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งดังกล่าวไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 76,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาจะต้องวินิจฉัยก่อนคือ จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การหรือไม่ จำเลยนำสืบว่า จำเลยเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2531 เมื่อเดินทางกลับมาที่บ้านจึงทราบว่าถูกฟ้องและทราบจากภรรยาจำเลยว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่20 เมษายน 2531 โดยจำเลยแต่ผู้เดียวมาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว ตามรายงานการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เจ้าพนักงานศาลรายงานว่าภรรยาจำเลยเป็นคนรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้แทนจำเลย หากภรรยาจำเลยไม่แจ้งให้จำเลยทราบก็เป็นความบกพร่องของฝ่ายจำเลยเอง จำเลยจะยกขึ้นมากล่าวอ้างไม่ได้ และถ้าภรรยาจำเลยไม่ทราบว่าจำเลยอยู่ที่ใด ไม่สามารถจะแจ้งให้จำเลยทราบได้ก็เป็นเรื่องที่ภรรยาจำเลยจะต้องมาเบิกความเป็นพยานต่อศาลแต่จำเลยมิได้นำภรรยาจำเลยมาเบิกความเป็นพยาน พยานของจำเลยเท่าที่นำสืบจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การสอบปัญหาว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์จริงตามฟ้องหรือไม่...พิเคราะห์แล้วโจทก์มีนายจิรัฐ ลาวัลย์ตระกูล กรรมการของโจทก์มาเบิกความยืนยันว่า ลายมือชื่อผู้กู้ในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 เป็นลายมือชื่อของจำเลยหนี้ตามสัญญากู้นี้แปรสภาพมาจากจำเลยเอาเช็คของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.8 มาแลกเงินสดกับโจทก์และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น กับโจทก์มีนายธนิต คิดเหมาะ สมุห์บัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาศุภสารรังสรรค์หาดใหญ่ มาเบิกความว่า หากลายมือชื่อผู้กู้ในเอกสารหมาย จ.3 มาสั่งจ่ายในเช็คธนาคารก็จะจ่ายเงินให้ แสดงว่านายธนิตเชื่อว่าลายมือชื่อในเอกสารหมายจ.3 เป็นลายมือชื่อของจำเลย ซึ่งจำเลยเองก็เบิกความเพียงว่าลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.3 คล้ายลายมือชื่อของจำเลยมิได้ปฏิเสธว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่าลายมือชื่อผู้กู้ในเอกสารหมาย จ.3 เป็นลายมือชื่อของจำเลยจริงโจทก์จำเลยนำสืบรับกันว่าจำเลยได้นำเช็คเอกสารหมาย จ.8 ไปขอแลกเงินสดกับโจทก์และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้นการที่จำเลยทำสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ให้โจทก์จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ แม้ในวันทำสัญญากู้โจทก์จะไม่ได้มอบเงินตามสัญญากู้ให้จำเลยก็ถือว่าจำเลยได้รับเงินกู้จากโจทก์แล้ว จำเลยจะอ้างการไม่ได้รับเงินดังกล่าวมาเป็นข้อต่อสู้ว่าไม่มีหนี้ตามสัญญากู้ต่อไปกันไม่ได้คดีฟังได้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้องจริง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2535 บริษัท ทักษิณาโฮลดิ้ง จำกัด โจทก์ นาย สรรเสริญ เรือ ง สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ทักษิณาโฮลดิ้ง จำกัด · จำเลย - นาย สรรเสริญ เรือ ง สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ทองประยูร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5324/2542ฎีกา 2675/2548ฎีกา 2248/2524ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1479/2539ฎีกา 6631/2568ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1383/2506ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 1010/2520ฎีกา 1055/2510ฎีกา 7040/2543ฎีกา 9649/2555ฎีกา 650/2474ฎีกา 1084/2539ฎีกา 3209/2550ฎีกา 1896/2492ฎีกา 813/2528ฎีกา 867/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ