⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2486/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2486/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากสามีภริยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมอยู่ร่วมกับอีกฝ่ายหนึ่งและไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามอัตภาพ โดยที่ฝ่ายนั้นอยู่ในฐานะที่จะอุปการะเลี้ยงดูได้ อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้โดยไม่ต้องฟ้องหย่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ยอมอยู่ร่วมกับโจทก์และไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตามอัตภาพโดยที่จำเลยอยู่ในฐานะที่จะอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ได้โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้โดยไม่ต้องฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1461

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยจำเลยมีฐานะดี มีรายได้แน่นอน โจทก์รับราชการมีรายได้น้อยไม่เพียงพอจำเลยมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ตามกฎหมาย แต่จำเลยไปติดพันและอุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่นแล้วงดจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์จำเลยมีฐานะและสามารถอุปการะเลี้ยงดูโจทก์เดือนละ 12,000 บาทได้ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์เดือนละ12,000 บาท นับแต่เดือนธันวาคม 2528 เป็นต้นไป จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์หลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนสมรส จำเลยไม่ได้ยินยอมเป็นสามีภริยากับโจทก์และไม่ได้แสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนขณะจดทะเบียนสมรสโจทก์ทราบดีว่าจำเลยมีคู่สมรสอยู่แล้ว การสมรสดังกล่าวเป็นโมฆะจำเลยจึงไม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ โจทก์รับราชการมีรายได้พอเลี้ยงดูตนเองได้ ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้การสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยจดทะเบียนสมรสกับโจทก์โดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียน ไม่ได้เกิดจากการหลอกลวงของโจทก์โจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลยโดยสุจริตไม่ทราบว่าจำเลยมีคู่สมรสอยู่ก่อนแล้ว ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่เดือนธันวาคม 2528เป็นต้นไป ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องหย่าจำเลยโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลยนั้นเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 วรรคสองบัญญัติว่า "สามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตัว" และมาตรา 1598/38 บัญญัติว่า "ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภริยา ย่อมเรียกจากกันได้ในเมื่อฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือได้รับการอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ ค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้ศาลอาจให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ฐานะของผู้รับและพฤติการณ์แห่งกรณี" ดังนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจึงเป็นเงินซึ่งฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดูเนื่องจากตนอยู่ในฐานะไม่อาจเลี้ยงดูตนเองได้ตามอัตภาพเรียกเอาจากสามีหรือภริยาของตนซึ่งเป็นฝ่ายที่มีความสามารถจะให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูแก่ตนตามหน้าที่ได้ ในเมื่อผู้มีหน้าที่ต้องให้ไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูแก่ตนหรือให้แต่ไม่เพียงพอแก่อัตภาพ อันเป็นสิทธิเรียกร้องระหว่างที่ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ หาใช่สิทธิอันเกิดจากการที่ได้ฟ้องหย่าไม่ ฉะนั้นแม้โจทก์จะไม่ได้ฟ้องหย่าจำเลย โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลยผู้มีหน้าที่ต้องให้ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2486/2535 นาง พรทิพ เหล่า กอ คำ โจทก์ นาย ประพิศ เหล่า กอ คำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พรทิพ เหล่า กอ คำ · จำเลย - นาย ประพิศ เหล่า กอ คำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา