⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2945/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2945/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะพาไปส่งที่ศาลากลางจังหวัดเมื่อผู้เสียหายเชื่อตามคำหลอกลวง จำเลยกลับพาผู้เสียหายไปอีกที่หนึ่งแล้วกระทำอนาจารผู้เสียหาย เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะพาผู้เสียหายไปกระทำอนาจารซึ่งเป็นความประสงค์มาตั้งแต่แรกจึงเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 284,90 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278, 284 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้วให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร จำคุก3 ปี ฐานกระทำอนาจาร จำคุก 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี คำรับในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 วรรคแรก ที่แก้ไขแล้ว ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 10เมษายน 2533 เวลาประมาณ 16 นาฬิกา ผู้เสียหายออกจากบ้านที่อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปเที่ยวงานที่หน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง ต่อมาเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ของวันที่ 11 เมษายน 2533ขณะที่ผู้เสียหายนั่งรอรถที่สามแยกท่ามิหรำ อำเภอเมืองพัทลุงเพื่อกลับบ้าน จำเลยขับรถยนต์สามล้อรับจ้างผ่านมาและหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะพาไปส่งที่บริเวณงานหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงเมื่อผู้เสียหายขึ้นรถตามคำหลอกลวงจำเลยกลับพาผู้เสียหายไปที่โรงเรียนวัดนางลาด ตำบลคูหาสวรรค์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุงแล้วกระทำอนาจารผู้เสียหาย มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรม พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจะพาไปส่งที่บริเวณงานหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง แล้วพาไปกระทำอนาจาร เห็นได้ชัดว่าจำเลยมีเจตนาจะพาผู้เสียหายไปกระทำอนาจารซึ่งเป็นความประสงค์มาตั้งแต่แรกแล้ว การกระทำดังกล่าวจึงต่อเนื่องกันมาตลอดโดยไม่ขาดตอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2945/2535 พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง โจทก์ นาย วิโรจน์ ชู่ ช่วง หรือ ชู ช่วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พัทลุง · จำเลย - นาย วิโรจน์ ชู่ ช่วง หรือ ชู ช่วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 7194/2539ฎีกา 667/2521ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532ฎีกา 9083/2544ฎีกา 3107/2533ฎีกา 1386/2521ฎีกา 3789/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ