⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2989/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2989/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลไปแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ด้วยความสมัครใจ โดยเข้าใจเอาเองโดยมิได้ถูกบังคับ และต่อมามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามข้อมูลที่แจ้งไปนั้น ไม่ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของบุคคลนั้น หากบุคคลนั้นไม่เคยโต้แย้งข้อมูลดังกล่าวมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

บิดามารดาโจทก์ทั้งหกแจ้งการเกิดของโจทก์ทั้งหกต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพด้วยความสมัครใจมิได้ถูกผู้ใดบังคับให้ไปแจ้ง และ ง. บิดาโจทก์ทั้งหกพาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ ก็โดยเข้าใจเอาเองว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3เป็นคนญวนอพยพโดยมิได้มีผู้ใดบังคับเช่นกัน การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีประกาศให้คนญวนอพยพไปแจ้งต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพนั้นก็น่าจะเป็นประกาศที่มีลักษณะเป็นการประกาศทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะเจาะจงบังคับให้โจทก์ทั้งหกไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ เหตุที่มีชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านญวนอพยพ ก็เนื่องจากบิดาของโจทก์ทั้งหกไปแจ้งต่อจำเลยที่ 3 ว่า โจทก์ทั้งหกเป็นคนญวนอพยพ โดยเข้าใจเอาเองว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนญวนอพยพ มิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 2และที่ 3 ที่เพิ่มชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านญวนอพยพโดยพลการทั้งโจทก์ทั้งหกก็ไม่เคยโต้แย้งต่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่าโจทก์ทั้งหกมิใช่คนญวนอพยพ คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3โต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งหกฟ้องว่า โจทก์ทั้งหกเป็นบุตรของนางสมจิตรรัตนูปการหรือนางกวี๋ เหวียน ซึ่งเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งหกเกิดในราชอาณาจักรไทย เมื่อโจทก์ทั้งหกเกิดมา จำเลยที่ 1 อ้างว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าวประเภทคนญวนอพยพ และจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันเพิ่มชื่อโจทก์ทั้งหกลงในทะเบียนบ้านญวนอพยพ ทั้งนี้จำเลยที่ 2 และที่ 3กระทำไปตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ถือว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนต่างด้าว อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ทำให้โจทก์ทั้งหกได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนบ้านญวนอพยพ ก่อนที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การ โจทก์บอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า โจทก์ทั้งหกไม่ได้เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี หรือในราชอาณาจักรไทยจึงไม่ใช่ผู้มีสัญชาติไทยโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายง๊อก เหวียน ซึ่งเป็นคนญวนอพยพและนางกิ๋ว เหวียน มารดาของโจทก์ก็เป็นคนญวนอพยพโจทก์ทั้งหกจึงเป็นผู้มีสัญชาติญวนตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 จำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่ได้เป็นผู้เพิ่มชื่อโจทก์ทั้งหกลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพแต่โจทก์ทั้งหกสมัครใจไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของสำนักงานกิจการอพยพจังหวัดอุบลราชธานี ให้ใส่ชื่อโจทก์ทั้งหกลงในทะเบียนบ้านดังกล่าว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่เคยกล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนญวน และไม่เคยกระทำการใดอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งหกเป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันถอนชื่อโจทก์ทั้งหกออกจากทะเบียนญวนอพยพ จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 โต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งหกหรือไม่ โจทก์ทั้งหกมีนางสมจิตร รัตนูปการ หรือนางกวี๋ เหวียน มารดาโจทก์ทั้งหกเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 มีอายุครบ13 ปีได้มีเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการญวนอพยพมาที่บ้าน บอกให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพโดยอ้างว่าโจทก์ที่ 1ถึงที่ 3 เป็นคนญวนอพยพ พยานเชื่อว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3เป็นคนญวนอพยพ บิดาของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นคนพาโจทก์ที่ 1ถึงที่ 3 ไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ และมีนายง๊อก เหวียนบิดาโจทก์ทั้งหกเบิกความว่า ใน พ.ศ. 2514 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีได้ประกาศให้ชาวญวนอพยพไปแจ้งต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพ พยานและนางสมจิตรจึงไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพตามที่ประกาศ แต่ขณะนั้นโจทก์ที่ 1 และที่ 2 อายุไม่ถึง 12 ปี ไม่ครบเกณฑ์ที่จะต้องทำบัตรประจำตัวดังกล่าว พยานแจ้งการเกิดของโจทก์ทั้งหกต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการญวนอพยพ เมื่อโจทก์ที่ 1และที่ 2 อายุครบ 12 ปี เจ้าหน้าที่สำนักงานกิจการญวนอพยพแจ้งให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไปทำบัตรประจำตัวดังกล่าว ก่อนฟ้องคดีนี้พยานกับโจทก์ทั้งหกไม่เคยโต้แย้งต่อทางราชการว่าโจทก์ทั้งหกมิใช่คนญวนอพยพ เห็นว่า ตามคำเบิกความของนางสมจิตรและนายง๊อกมารดาและบิดาโจทก์ทั้งหกดังกล่าวปรากฏว่าบิดามารดาโจทก์ทั้งหกแจ้งการเกิดของโจทก์ทั้งหกต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพด้วยความสมัครใจมิได้ถูกผู้ใดบังคับให้ไปแจ้ง และนายง๊อกพาโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 ไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพก็โดยเข้าใจเอาเองว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นคนญวนอพยพโดยมิได้มีผู้ใดบังคับเช่นกันส่วนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีประกาศให้คนญวนอพยพไปแจ้งต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพนั้นก็น่าจะเป็นประกาศที่มีลักษณะเป็นการประกาศทั่ว ๆ ไป ไม่ใช่คำสั่งเฉพาะเจาะจงบังคับให้โจทก์ทั้งหกไปทำบัตรประจำตัวคนญวนอพยพ เหตุที่มีชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านญวนอพยพก็เนื่องจากบิดาของโจทก์ทั้งหกไปแจ้งต่อจำเลยที่ 3 ว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนญวนอพยพโดยเข้าใจเอาเองว่าโจทก์ทั้งหกเป็นคนญวนอพยพ มิใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่เพิ่มชื่อโจทก์ทั้งหกในทะเบียนบ้านญวนอพยพโดยพลการ ทั้งโจทก์ทั้งหกก็ไม่เคยโต้แย้งต่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่าโจทก์ทั้งหกมิใช่คนญวนอพยพ คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 โต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งหก โจทก์ทั้งหกจึงยังไม่มีอำนาจฟ้อง..." พิพากษากลับให้ยกฟ้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2989/2535 นาย ทิน เหวียน กับพวก โจทก์ ปลัดกระทรวง มหาดไทย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ทิน เหวียน กับพวก · จำเลย - ปลัดกระทรวง มหาดไทย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ตัน เวทไว · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ