⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3716/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นบัญชีระบุพยานในชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ถือเป็นการยื่นบัญชีระบุพยานตามกฎหมายในชั้นพิจารณาด้วย และศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยข้อโต้แย้งเกี่ยวกับคำสั่งของศาลชั้นต้นที่เกี่ยวกับบัญชีระบุพยานได้.

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นไต่สวนอนาถา โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานและบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1ไว้ แม้บัญชีระบุพยานดังกล่าวโจทก์จะได้พิมพ์ข้อความต่อท้ายบัญชีพยานว่า "ไต่สวนอนาถา" แต่ในชั้นพิจารณาก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมพร้อมกับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นอีก แสดงว่าโจทก์ยังประสงค์จะถือเอาบัญชีระบุพยานทั้งสองฉบับที่ยื่นไว้ในชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเป็นบัญชีระบุพยานของโจทก์ในชั้นพิจารณาด้วย ย่อมถือได้ว่าโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 แล้ว โจทก์ชอบที่นำพยานตามบัญชีระบุพยานดังกล่าวมาสืบได้ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์ ในวันนี้โจทก์ไม่มีพยานมาศาล ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ โจทก์ก็ยื่นคำแถลงโต้แย้งคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวด้วย ดังนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจยกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นบัญชีระบุพยานอันเป็นเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ ๒ด้วยความประมาท ชนกับรถจักรยานยนต์ที่นายปรีชา พงษ์ไพโรจน์ ขับมา เป็นเหตุให้นายปรีชาถึงแก่ความตาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน๖๐๘,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุเกิดมิใช่ความประมาทของจำเลยที่ ๑ หากแต่เกิดจากความประมาทของนายปรีชา พงษ์ไพโรจน์ สามีโจทก์แต่ฝ่ายเดียว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตั้งแต่ชั้นสืบพยานโจทก์เป็นต้นไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า บัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ ๖มกราคม ๒๕๓๑ และบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ของโจทก์ระบุไว้ชัดเจนว่า ไต่สวนอนาถา แสดงว่าบัญชีระบุพยานดังกล่าวใช้เฉพาะชั้นไต่สวนอนาถาเท่านั้น จะนำไปใช้ในชั้นพิจารณาด้วยไม่ได้ เมื่อโจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานในชั้นพิจารณาก็ต้องถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ในชั้นไต่สวนอนาถาโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ ๖ มกราคม ๒๕๓๑ และได้ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ไว้ แม้บัญชีระบุพยานดังกล่าวโจทก์จะได้พิมพ์ข้อความต่อท้ายบัญชีพยานว่า "ไต่สวนอนาถา" แต่ในชั้นพิจารณา ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมพร้อมกับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๒ อีก ๑๐ อันดับ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๓๑ต่อศาลชั้นต้น ซึ่งแสดงว่าโจทก์ยังประสงค์จะถือเอาบัญชีระบุพยานทั้งสองฉบับที่ยื่นไว้ในชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาเป็นบัญชีระบุพยานของโจทก์ในชั้นพิจารณาด้วย หาใช่ใช้เฉพาะชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อโจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานในชั้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไว้ ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ แล้ว โจทก์ชอบที่จะนำพยานตามบัญชีระบุพยานดังกล่าวมาสืบได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์มิได้ยื่นบัญชีพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์จึงไม่ถูกต้อง ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อต่อไปว่า ศาลอุทธรณ์หยิบยกเรื่องบัญชีระบุพยานมาวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความ เพราะในคำแถลงคัดค้านของโจทก์มิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวด้วยเรื่องบัญชีระบุพยานไว้ เห็นว่าหลังจากศาลชั้นต้นสั่งว่า "โจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานโจทก์ ในวันนี้โจทก์ไม่มีพยานมาศาล ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ" โจทก์ก็ได้ยื่นคำแถลงโต้แย้งคัดค้านคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต่อมาก็ได้อุทธรณ์ในเรื่องคำสั่งดังกล่าวด้วย ดังนั้น ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะยกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นบัญชีระบุพยานอันเป็นเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวขึ้นเพื่อวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2535 นางสมใจ พงษ์ไพโรจน์ กับพวก โจทก์ นายสมศักดิ์ ใจตรง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมใจ พงษ์ไพโรจน์ กับพวก · จำเลย - นายสมศักดิ์ ใจตรง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมมาตร พรหมานุกูล · สมมาตร พรหมานุกูล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมภพ เปล่งเหมือนแข · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศรี แก้วสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 7980/2551ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3007/2525ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3452/2537ฎีกา 280/2505ฎีกา 861/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา