⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3978/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสงวนหรือหวงห้ามที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 8 ตรี ไม่จำเป็นต้องดำเนินการโดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นตามธรรมดารัฐยอมใช้เพื่อประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์รวมกันได้ ส่วนวิธีการที่จะหวงห้ามนั้นย่อมแตกต่างกันไปตามกาลสมัย เพิ่งมาบัญญัติเป็นกฎหมายขึ้นใช้บังคับเมื่อ พ.ศ. 2478 โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินพ.ศ. 2478 ซึ่งได้หวงห้ามโดยวิธีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ต่อมาพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปโดยพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา4(6) ดังนั้นเมื่อการสงวนหวงห้ามที่ดินพิพาทเป็นการสงวนหรือหวงห้ามตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 8 ตรี ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 334 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515โดยเป็นกฎหมายที่ออกมาภายหลังจากที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว การหวงห้ามจึงไม่จำต้องดำเนินการโดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชบัญญัติดังกล่าวอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม 2533 ถึงวันที่14 มิถุนายน 2533 ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันตลอดมาจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทำประโยชน์บนที่ดินที่เลี้ยงสัตว์โคกหินเหล็กไฟสาธารณะในท้องที่ตำบลโนนค่าอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ และเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกันรวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ โดยการเข้าไปสร้างคอกวัว ขุดสระน้ำหรือบ่อน้ำ และไถหรือเกรดหน้าดินในที่ดินดังกล่าว โดยจำเลยทั้งสองมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365, 33 ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าวและริบของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 96 ข้อ 11 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 5,000 บาทให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ริบของกลาง ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามโจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันจ้างรถแทรกเตอร์เข้าไปไถปรับที่ดิน ขุดสระน้ำและสร้างคอกสำหรับเลี้ยงสัตว์ในที่ดินพิพาทที่บ้านโคกหินเหล็กไฟ หมู่ที่ 5ตำบลโนนค่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา จำนวนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ 32346 ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินออกให้เมื่อวันที่ 11กรกฎาคม 2529 ตามเอกสารหมาย จ.1 โดยจำเลยทั้งสองไม่ได้มีสิทธิครอบครองหรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแต่อย่างใด คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า ที่ดินพิพาทแม้จะมีการขึ้นทะเบียนโดยมีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าวก็ตามแต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้มีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะมีผลให้ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 หรือไม่ เห็นว่าที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นตามธรรมดารัฐยอมใช้เพื่อประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันได้ ส่วนวิธีการที่จะหวงห้ามนั้นย่อมแตกต่างกันไปตามกาลสมัย เพิ่งมาบัญญัติเป็นกฎหมายขึ้นใช้บังคับเมื่อ พ.ศ. 2478 โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478ซึ่งได้หวงห้ามโดยวิธีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ต่อมาพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปโดยพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497มาตรา 4(6) เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่า การสงวนหวงห้ามที่ดินพิพาทเป็นการสงวนหรือหวงห้ามตามประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 มาตรา 8 ตรี ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 334 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 โดยเป็นกฎหมายที่ออกมาภายหลังจากที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ดังนั้นการหวงห้ามจึงไม่จำต้องดำเนินการโดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชบัญญัติดังกล่าวอีก ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2535 อัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว โจทก์ นาย ชิ้น ภูมิ จันทึก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว · จำเลย - นาย ชิ้น ภูมิ จันทึก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 3750/2540ฎีกา 2978/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา