⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 437/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ถูกต้องอย่างไรและที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาของโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ว่า ไม่ถูกต้องอย่างไรและที่ถูกต้องเป็นอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนายถาดกับนางทา กาญจนพิมายซึ่งได้แต่งงานและอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยาโดยตลอดและมีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน คือที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ทะเบียนเลขที่ 2581 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2528 นางทาได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้นายจรัสเด็กชายรณชัย เด็กชายชาตรี และเด็กหญิงจิตรา กาญจนพิมาย รวม 4 คนคนละเท่า ๆ กัน และตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ ต่อมาวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2531 นางทา ได้ถึงแก่กรรม การทำพินัยกรรมดังกล่าว นางทา เพียงผู้เดียวไม่มีอำนาจยกที่ดินซึ่งบิดาโจทก์มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วยให้บุคคลอื่นได้ พินัยกรรมและข้อกำหนดในพินัยกรรมจึงเป็นโมฆะ ขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมฉบับตามฟ้องตกเป็นโมฆะ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นบุตรของนายถาดกับนางทากาญจนพิมายที่ดินตามฟ้องเป็นของนางทาแต่เพียงผู้เดียว นางทามีสิทธิทำพินัยกรรมเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวได้ พินัยกรรมจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนและฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นทรัพย์ที่นายถาดและนางทาทำมาหาได้ร่วมกัน การที่นางทาทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินตามฟ้องทั้งแปลงให้แก่บุคคลตามที่ระบุชื่อไว้โดยโจทก์ไม่ทราบหรือยินยอม ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ยกที่ดินให้บุคคลอื่น คงใช้บังคับได้เฉพาะส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิของนางทาเท่านั้น จะใช้บังคับถึงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิส่วนของนายถาดซึ่งเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ไม่ได้ แต่ข้อกำหนดพินัยกรรมที่ยกที่ดินให้บุคคลอื่นดังกล่าวหาตกเป็นโมฆะไม่ หากโจทก์จะได้รับความเสียหายโดยไม่ได้รับทรัพย์มรดกของนายถาดส่วนที่ตกได้แก่โจทก์ก็ชอบที่โจทก์จะฟ้องร้องเอากับผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ต่อไปโจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิเคราะห์ว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิของนางทา หาใช่บังคับถึงกรรมสิทธิ์ของนายถาดไม่ เท่ากับโจทก์และทายาทคนอื่นไม่ได้รับมรดกในส่วนของนายถาดบิดาโจทก์เสมือนหนึ่งโจทก์และทายาทที่ไม่ได้รับมรดกไม่ได้เป็นบุตรของนายถาดกับนางทาดังนี้ เห็นได้ว่า โจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดังกล่าวว่าไม่ถูกต้องอย่างไรและที่ถูกต้องเป็นอย่างไร ฎีกาโจทก์จึงไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า นางทาถูกข่มขู่ให้ทำพินัยกรรมหรืออาจมีเหตุฉ้อฉลหลอกลวงให้นางทาทำพินัยกรรมนั้น โจทก์มิได้ฟ้องตั้งประเด็นมาเช่นนั้น ฎีกาโจทก์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นมาว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นเดียวกัน" พิพากษายกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2535 นาย เสถียร กาญจนพิมาย โจทก์ นาย สุด ศ รี สาร คา ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เสถียร กาญจนพิมาย · จำเลย - นาย สุด ศ รี สาร คา ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ศิริบุตร · อากาศ บำรุงชีพ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 100/2540ฎีกา 5806-5807/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ