⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 471/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2535

ป.อาญา ม.56 · พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ม.3

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเช็คฯ อาจมีเหตุอันควรปรานีและรอการลงโทษได้ หากจำเลยมีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการชำระหนี้และไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวนหกแสนห้าหมื่นบาท ให้แก่โจทก์ร่วมเพื่อชำระหนี้ค่าซื้อที่ดิน โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คและออกเช็คในขณะที่ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงใช้เงินได้ แต่จำเลยได้ขวนขวายรวบรวมเงินและเสนอชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมต่อหน้าศาลชั้นต้นเป็นเงินถึงสามแสนบาททั้งจำเลยเป็นหญิงไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุอันควรปรานี สมควรรอการลงโทษจำเลยไว้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นางสาวทิพย์วัลย์ หัสธน ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต เดิมจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วและสืบพยานจำเลยคือตัวจำเลยได้เพียงปากเดียว จำเลยก็ถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุก1 ปี และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ5,000 บาท จำเลยได้เสนอชำระหนี้เงินตามเช็คถึงสามแสนบาท โทษจำคุกเห็นสมควรรอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ในกรณีที่จำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับและไม่รอการลงโทษให้จำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยได้ขวนขวายรวบรวมเงินและเสนอชำระหนี้ให้แก่โจทก์ร่วมต่อหน้าศาลชั้นต้นเป็นเงินถึงสามแสนบาททั้งจำเลยเป็นหญิงไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ตามพฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุอันควรปรานีสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น..." พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 471/2535 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางสาว ทิพวัลย์ หัสธ น โจทก์ นางสาว วิไลรัตน์ พร สม พล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาว ทิพวัลย์ หัสธ น · จำเลย - นางสาว วิไลรัตน์ พร สม พล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1891/2500ฎีกา 666/2502ฎีกา 1360/2555ฎีกา 5048/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1872/2563ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 647/2563ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 960/2559ฎีกา 7526/2561ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 6318/2534ฎีกา 3588/2564ฎีกา 1041/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ