⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1035/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำว่า "เจ้าบ้าน" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(5) หมายถึงหัวหน้าครอบครัวและคู่สมรสเท่านั้น ไม่รวมถึงผู้อยู่ในบ้านทุกคน การจับกุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยมีสิทธิป้องกันตนเองได้ตามสมควรแก่เหตุ

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "เจ้าบ้าน" ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 92(5) หมายความถึงผู้เป็นหัวหน้าของบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นและรวมตลอดถึงคู่สมรสของผู้เป็นหัวหน้าเท่านั้นเพราะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการครอบครองบ้านและปกครองผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น หาได้รวมถึงผู้อยู่ในบ้านทุกคนไม่ ตามทะเบียนบ้านหลังเกิดเหตุมี บ. บิดาจำเลยเป็นหัวหน้ามีชื่อจำเลยอยู่ในฐานะเป็นบุตร จำเลยจึงมิได้อยู่ในฐานะเป็นเจ้าบ้านตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(5) การที่ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านดังกล่าวตามหมายจับแต่ไม่มีหมายค้น ทั้งผู้เสียหายกับพวกมิใช่เจ้าพนักงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จะทำการค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น จึงเป็นการจับกุมโดยไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 81 และเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจ จำเลยจึงชอบที่จะป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการจับกุมโดยไม่ชอบเช่นนั้นได้หากจำเลยจะชกต่อยผู้เสียหายจริงก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุ และไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่และทำร้ายร่างกาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.81 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,295, 90 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 วรรคสอง, 295 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสอง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 1 ปี ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุจ่าสิบตำรวจประภาส แสนซิวผู้เสียหายกับพวก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมกันไปทำการจับกุมจำเลยตามหมายจับของศาลชั้นต้นที่บ้านเลขที่ 343 ตำบลสรเดชตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี อันเป็นบ้านที่จำเลยพักอาศัยอยู่ เมื่อผู้เสียหายกับพวกไปพบจำเลยอยู่ที่ริมถนนหน้าบ้าน ผู้เสียหายได้แสดงหมายจับให้จำเลยดูและให้จำเลยตามไปสถานีตำรวจ จำเลยหันหลังแล้ววิ่งหนีเข้าไปในบ้าน ผู้เสียหายกับพวกตามเข้าไปในบ้านเพื่อจับกุม ปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่โจทก์ฎีกาว่า ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อผู้เสียหายกับพวกไปถึงบ้านจำเลยพบจำเลยยืนอยู่ริมถนนหน้าบ้าน จำเลยเห็นเจ้าพนักงานจึงหนีเข้าไปในบ้านผู้เสียหายกับพวกมีอำนาจติดตามเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านของจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(5) เพราะเป็นการจับกุมตามหมายจับและจับกุมในบ้านของจำเลย เมื่อจำเลยต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน จำเลยจึงย่อมมีความผิดนั้น เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยในบ้านที่จำเลยพักอาศัยอยู่ จึงเป็นการจับกุมในที่รโหฐาน ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 81 ห้ามมิให้ทำการจับกุมในที่รโหฐานไม่ว่าจะมีหมายจับหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่จะได้ทำตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการค้นในที่รโหฐาน และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92 ก็บัญญัติห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นโดยมีมาตรา 92(5) บัญญัติยกเว้นไว้ว่า เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับหรือจับตาม มาตรา 78 ก็ให้ทำการจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า จำเลยเป็นเจ้าบ้านตามความหมายดังที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ เห็นว่า คำว่า เจ้าบ้าน ตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายความถึงผู้เป็นหัวหน้าของบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นและรวมตลอดถึงคู่สมรสของผู้เป็นหัวหน้าเท่านั้นเพราะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบในการครอบครองบ้านและปกครองผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้น หาได้รวมถึงผู้อยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นทุกคนแต่ประการใดไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ในบ้านเกิดเหตุมีบิดามารดาของจำเลย จำเลยและน้องสาวพักอาศัยอยู่ ทั้งตามภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าวเอกสารในสำนวนคดีนี้ก็ปรากฏว่ามีชื่อนายบัวลี บุญราศี บิดาจำเลยเป็นหัวหน้ามีชื่อจำเลยอยู่ในฐานะเป็นบุตร จำเลยจึงมิได้อยู่ในฐานะเป็นเจ้าบ้านตามความหมายดังกล่าว การที่ผู้เสียหายกับพวกจะเข้าไปทำการจับกุมจำเลยในบ้านดังกล่าว จึงต้องมีหมายค้นให้ถูกต้องเสียก่อน ทั้งผู้เสียหายกับพวกมิใช่เจ้าพนักงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่จะทำการค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ดังนั้นเมื่อผู้เสียหายกับพวกเข้าทำการจับกุมจำเลยโดยไม่มีหมายค้นจึงเป็นการจับกุมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวข้างต้นและเป็นการจับกุมโดยไม่มีอำนาจจำเลยจึงชอบที่จะป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากภยันตรายอันเกิดจากการจับกุมโดยไม่ชอบเช่นนี้ได้ หากจำเลยจะชกต่อยผู้เสียหายจริง ก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนพอสมควรแก่เหตุและไม่เป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่และทำร้ายร่างกายดังฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1035/2536 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง อุบลราชธานี โจทก์ นาย ชาญชัย บุญราศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง อุบลราชธานี · จำเลย - นาย ชาญชัย บุญราศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 187/2507ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 226/2529ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 8198/2550ฎีกา 1309/2513ฎีกา 8764/2554ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 1082/2507ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 1041/2506ฎีกา 4791/2528ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1240/2554ฎีกา 1697/2535ฎีกา 277/2466ฎีกา 1036/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ