คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2554
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขัดขืนหรือต่อสู้เจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 138 นั้น ต้องเป็นการกระทำที่มุ่งหมายจะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานอย่างแท้จริง การดิ้นรนเพื่อพ้นจากการถูกควบคุมตัวโดยเข้าใจว่าตนเองบริสุทธิ์ อาจไม่ถึงขั้นเป็นความผิดตามมาตราดังกล่าว หากการกระทำนั้นไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อเจ้าพนักงาน
ย่อคำพิพากษา
สิบตำรวจเอก ป. แจ้งข้อหาจำเลยว่า เล่นการพนันจับยี่กีโดยเป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือ จำเลยปฏิเสธ สิบตำรวจเอก ป. กับพวกรวม 5 คน จะเข้าจับกุม จำเลยไม่ยินยอมโดยสิบตำรวจเอก ป. มีรูปร่างใหญ่กว่าจำเลยมาก การที่จำเลยเดินหนีออกนอกร้านก๋วยเตี๋ยวจนสิบตำรวจเอก ป. กับพวกต้องใช้กำลังล็อกแขน กดหน้าจำเลยกับพื้นระเบียงเพื่อใส่กุญแจมือจำเลยในลักษณะไขว้หลัง ขณะจำเลยดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้พ้นจากการถูกควบคุมตัวเพราะเห็นว่าตัวเองไม่ได้กระทำผิด ซึ่งแม้ในการดิ้นรนของจำเลยจะเป็นเหตุให้มือของจำเลยไปโดนหน้าอกของสิบตำรวจ ป. เกิดเป็นรอยถลอกขนาดเล็กก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าว ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 138
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 91, 33 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 12 (ที่ถูก 12 (1)) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเล่นการพนันตามบัญชี ก. อันดับที่ 6 จำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมจำคุก 4 เดือน และปรับ 9,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบของกลาง ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับจำเลยมีจำนวนถึง 5 คน สิบตำรวจเอกประยุทธเบิกความรับว่า ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลเอกสารท้ายฟ้อง แพทย์ไม่พบรอยฟกช้ำ พบรอยถลอกขนาดเล็กบริเวณหน้าอก ไม่จำต้องรับการรักษาด้วยยา เห็นว่า ลักษณะของบาดแผลของทั้งสองฝ่ายน่าจะเกิดจากการเข้าล็อกแขนกดหน้าจำเลยกับพื้นระเบียงเพื่อใส่กุญแจมือจำเลย ขณะจำเลยดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้พ้นจากการถูกควบคุมตัว ซึ่งแม้ว่าในการดิ้นรนของจำเลยจะเป็นเหตุให้มือของจำเลยไปโดนหน้าอกของสิบตำรวจเอกประยุทธก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2554
พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์
นายนพดล ลี้หยง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายนพดล ลี้หยง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระชาติ เอี่ยมประไพ · อาวุธ ปั้นปรีชา · สมชาย พันธุมะโอภาส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสุรพล นิตินัยวินิจ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุริยง ลิ้มสถิรานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.3981/2550 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา