⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1137/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัท เนื่องจากเห็นว่าการเรียกประชุม การประชุม หรือการลงมติไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ต้องกระทำภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมตินั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องอ้างในคำร้องว่า การดำเนินการทำหนังสือขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญไม่ได้ส่งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน ตัวแทนหรือผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นไม่มีสิทธิเสนอวาระและแสดงความคิดเห็นผู้ถือหุ้นและตัวแทนผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิลงมติ จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นที่ลงมติน้อยกว่า 1 ใน 3 ของหุ้นบริษัท การลงมติให้เลิกและขายกิจการบริษัทต้องกระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่ การลงมติขัดต่อข้อบังคับและกฎหมายขอให้เพิกถอนมติเป็นเรื่องที่อ้างว่าการเรียกประชุมหรือการประชุมและการลงมติของที่ประชุมได้กระทำไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมตินั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1195

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บริษัทองค์วิศิษฐ์ จำกัด เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายผู้ร้องถือหุ้นอยู่จำนวน 125 หุ้น นายเฉลิมชัยองค์วิศิษฐ์ สามีของผู้ร้องถือหุ้นอยู่จำนวน 330 หุ้น ต่อมานายเฉลิมชัยสามีของผู้ร้องถูกยิงถึงแก่ความตายผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 4 คน ได้ร่วมกันทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อกรรมการของบริษัทให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น และได้มีการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นโดยมีผู้ถือหุ้น 2 คน และตัวแทนผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น 3คน เข้าร่วมประชุม ก่อนเริ่มประชุมตามระเบียบวาระ ผู้รับมอบฉันทะจากนางสาวเหมวดี องค์วิศิษฐ์ผู้ถือหุ้น คัดค้านในที่ประชุมว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทุกรายรวมทั้งทายาทของผู้ถือหุ้นซึ่งเสียชีวิตทราบ และการประชุมวิสามัญจะต้องเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทและคณะกรรมการเป็นผู้เรียกประชุมกับจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของบริษัทด้วย แต่นางวันทนีย์ ยวงสวัสดิ์ซึ่งเป็นประธานที่ประชุมแจ้งว่า การประชุมดังกล่าวได้กระทำตามข้อบังคับของบริษัทและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดแล้วและได้ดำเนินการประชุมต่อไป โดยได้ลงมติตั้งนางวันทนีย์เป็นกรรมการบริษัทแทนนายเฉลิมชัยสามีของผู้ร้อง ลงมติเพิ่มจำนวนกรรมการอีกหนึ่งคนคือนางสาวนิภาภรณ์ องค์วิศิษฐ์ โดยบุคคลซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียในมติดังกล่าวได้ร่วมลงคะแนนด้วย และคะแนนเสียงมีจำนวนหุ้นไม่เพียงพอ ลงมติเปลี่ยนแปลงอำนาจของกรรมการ ซึ่งเป็นการลงมติของผู้มีส่วนได้เสียและสมยอมกัน ลงมติให้เลิกบริษัทและขายกิจการของบริษัทโดยมิได้ใช้มติพิเศษแต่เป็นมติของที่ประชุมดังกล่าวและลงมติให้สอบสวนดำเนินคดีเรื่องรถยนต์โดยผู้รับมอบฉันทะจากแพทย์หญิงอุราภรณ์ ภานุภาค ผู้ถือหุ้น ไม่มีสิทธิเสนอเป็นการขัดต่อข้อบังคับและกฎหมาย และได้มีการนำมติดังกล่าวไปจดทะเบียนซึ่งนายทะเบียนได้รับจดให้ จึงขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทและมีคำสั่งให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนของบริษัทให้ถูกต้องตามเดิม ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า การประชุมใหญ่วิสามัญของบริษัทนั้นถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ผู้คัดค้านนำมติดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกระทรวงพาณิชย์แล้วโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ผู้ร้องมีสิทธิคัดค้านให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่อันผิดระเบียบนั้นเสียภายในกำหนดหนึ่งเดือน นับแต่วันลงมติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 แต่ผู้ร้องไม่ดำเนินการดังกล่าวจนพ้นกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ดังกล่าว ไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้เข้าร่วมประชุมคนใดคัดค้าน การประชุมดังกล่าวจะดำเนินการประชุมต่อไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อประธานที่ประชุมและผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากให้ประชุมต่อไปได้ มติที่ประชุมดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ทั้งไม่มีกฎหมายจำกัดอำนาจของผู้รับมอบฉันทะ ดังนั้นผู้รับมอบฉันทะก็ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องต่าง ๆ ต่อที่ประชุมได้ นางวันทนีย์ และนางสาวนิภาภรณ์ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในการลงมติตั้งตนเองเป็นกรรมการ จึงเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงมติได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1185 ตามมติที่ประชุมให้ขายกิจการของบริษัทไม่ได้ลงมติให้เลิกบริษัทมติดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานผู้ร้องและพยานผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่ากรณีตามคำร้องของผู้ร้อง อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ที่จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมตินั้นหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องอ้างในคำร้องว่า การดำเนินการทำหนังสือขอให้เปิดประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2532 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2532 ของบริษัทองค์วิศิษฐ์จำกัด ตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 9 โดยทำหนังสือเชิญประชุมตามเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 10 นั้น ไม่ได้ส่งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน ตัวแทนหรือผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นไม่มีสิทธิเสนอวาระและแสดงความคิดเห็น ผู้ถือหุ้นและตัวแทนผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิลงมติในเรื่องนั้น ๆ จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้นที่ลงมติน้อยกว่า 1 ใน 3 ของหุ้นบริษัทการลงมติให้เลิกบริษัทและขายกิจการของบริษัทนั้น ต้องกระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นไม่ใช่ทำโดยมติที่ประชุมสามัญ การประชุมลงมติต่าง ๆ ของที่ประชุมดังกล่าว เป็นการสมคบและสมยอมกันโดยไม่สุจริต ขัดต่อข้อบังคับของบริษัทและขัดต่อกฎหมายทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นอื่น ๆ และการที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครยอมรับจดทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียนให้ตามมติดังกล่าวจึงไม่ชอบโดยมีคำขอท้ายคำร้องให้เพิกถอนมติดังกล่าวเสียทุกเรื่องกับให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนนั้นเสียใหม่ให้ถูกต้องตามเดิมกรณีตามคำร้องของผู้ร้อง จึงเป็นเรื่องที่อ้างว่าการเรียกประชุมหรือการประชุมและการลงมติของที่ประชุมตามคำร้อง ได้กระทำไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมตินั้น เมื่อผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องขอเสียในกำหนดดังกล่าวจึงหมดสิทธิที่จะร้องขอต่อศาลแล้วที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2536 นาง อภิรดี องค์วิศิษฐ์ ผู้ร้อง บริษัท องค์ วิศิษฐ์ จำกัด ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาง อภิรดี องค์วิศิษฐ์ · ผู้คัดค้าน - บริษัท องค์ วิศิษฐ์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 452/2518ฎีกา 130/2548ฎีกา 1507/2566ฎีกา 7926/2557ฎีกา 6063/2538ฎีกา 585-586/2566ฎีกา 1121/2513ฎีกา 2278/2527ฎีกา 2788/2543ฎีกา 10287/2559ฎีกา 2510/2533ฎีกา 6055/2546ฎีกา 4582/2557ฎีกา 4469/2566ฎีกา 6555/2567ฎีกา 1121/2565ฎีกา 3581/2536ฎีกา 467/2501ฎีกา 9862/2544ฎีกา 1385/2568ฎีกา 3127/2566ฎีกา 7516/2538ฎีกา 5510/2540ฎีกา 6557/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ