⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1147/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์แต่ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลภายในกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยาย ถือเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลจะสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำเงินมาวางศาลอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นอุทธรณ์แต่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมาวางศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 และกรณีไม่ใช่เรื่องคู่ความที่ศาลพิพากษาให้ชนะคดีจะต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 233 ซึ่งศาลจะสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำเงินมาวางศาลอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.229 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.233

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านของโจทก์ และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ แต่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลให้จำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่า จำเลยยื่นอุทธรณ์มาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229บัญญัติบังคับไว้ว่า ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ปรากฏว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์พร้อมกับคำร้องขอขยายระยะเวลานำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมาวางศาล ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต แต่จำเลยก็มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาวางศาลภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ขยาย จึงเป็นกรณีที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยไม่ได้นำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลยย่อมเป็นการไม่ชอบ และกรณีไม่ใช่เรื่องคู่ความที่ศาลพิพากษาให้ชนะคดีจะต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมเพิ่มขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 233 ซึ่งศาลจะสั่งให้ผู้อุทธรณ์นำเงินมาวางศาลอีกดังที่จำเลยฎีกา หากแต่เป็นกรณีตามมาตรา 229 โดยตรง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2536 นาย อา หมัด อาท์ดัม ข่าน ฯ โจทก์ นาง วรรณา เอื้อศิริ วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อา หมัด อาท์ดัม ข่าน ฯ · จำเลย - นาง วรรณา เอื้อศิริ วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4024/2536ฎีกา 3152/2545ฎีกา 4820/2548ฎีกา 9867/2544ฎีกา 1843/2551ฎีกา 432/2503ฎีกา 3251/2534ฎีกา 5590/2548ฎีกา 3589/2525ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 2099/2532ฎีกา 4789/2553ฎีกา 2860/2529ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2981/2545ฎีกา 4802/2548ฎีกา 1049/2526ฎีกา 215/2544ฎีกา 1747/2548ฎีกา 12104/2553ฎีกา 9662/2544ฎีกา 1520/2548ฎีกา 6629/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา