⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1177/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1177/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเพียงแค่นั่งดูอยู่บนรถจักรยานยนต์โดยมิได้เข้าไปเกี่ยวข้อง และการที่บุคคลอื่นเข้าไปเกี่ยวข้องเนื่องจากถูกเรียกให้ช่วย ไม่ถือว่าจำเลยสมคบเพื่อกระทำผิด หรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำผิด จึงไม่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายและนาย ม. ชกต่อยกอดปล้ำกันได้ประมาณ 3 นาทีจำเลยจึงขับรถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุ โดยมีนาย จ. นั่งซ้อนท้ายมาด้วย นางสาวส.เรียกให้นาย จ. ช่วยห้ามและให้เอาตัวนายม.ไป นาย จ. เข้ารวบตัวผู้เสียหาย นายม.ชกต่อยผู้เสียหายอีก 2-3 ครั้ง แล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ของจำเลยหลบหนีไป การที่จำเลยนั่งดูอยู่บนรถจักรยานยนต์มิได้เข้าไปเกี่ยวข้อง และที่นายจ.เข้าไปเกี่ยวข้องเนื่องจากนางสาวส.เรียกให้ช่วย แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้สมคบกับนาย ม.หรือ นายจ.เพื่อทำร้ายผู้เสียหายมาก่อนและการพานาย ม.ออกไปจากที่เกิดเหตุหลังจากเลิกชกต่อยกันแล้วจะถือว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นาย ม.ก่อนหรือขณะกระทำผิดหาได้ไม่ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายกอดปล้ำ ชกต่อย และใช้ขวดสุราชนิดขวดแบนเป็นอาวุธทุบตีที่บริเวณใบหน้า ศีรษะและร่างกายของนักเรียนนายร้อยตำรวจวีระศักดิ์ กรอบสนิท จนเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 83 ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 86 ให้จำคุก 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าในคืนเกิดเหตุนายมนใช้ขวดสุราตีทำร้ายร่างกายนักเรียนนายร้อยตำรวจวีระศักดิ์ กรอบสนิท ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ผู้เสียหายและนายมนชกต่อยกอดปล้ำกันนาน 3 นาทีแล้วนายมนขึ้นรถจักรยานยนต์ของจำเลยหลบหนีไป ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายนางสาวนฤมล ผลมะขาม และนางสาวสุปราณี ไตลังคะ เบิกความทำนองเดียวกันว่าเมื่อผู้เสียหายและนายมนชกต่อยกอดปล้ำกันได้ประมาณ 3 นาที จำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุ โดยมีนายจู้นั่งซ้อนท้าย นางสาวสุปราณีเรียกให้นายจู้ช่วยห้ามและให้เอาตัวนายมนไป นายจู้ลงจากรถจักรยานยนต์เข้ารวบตัวผู้เสียหายนายมนชกต่อยผู้เสียหาย 2-3 ครั้ง แล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ของจำเลยหลบหนีไป เห็นว่า ผู้เสียหายกับนายมนชกต่อยกอดปล้ำกันนานถึง 3นาทีแล้วจำเลยจึงได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุและนั่งดูอยู่บนรถจักรยานยนต์มิได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลย ที่นายจู้เข้าไปเกี่ยวข้องก็เนื่องจากนางสาวสุปราณีเรียกให้ช่วย แสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้สมคบกับนายมนหรือนายจู้เพื่อทำร้ายผู้เสียหายมาก่อน และการที่จำเลยนำนายมนออกไปจากที่เกิดเหตุหลังจากผู้เสียหายกับนายมนเลิกชกต่อยกอดปล้ำกันแล้ว จะถือว่าจำเลยช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่นายมนก่อนหรือขณะกระทำผิดหาได้ไม่ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1177/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานี โจทก์ นาย นิวัฒ เกาะ อ้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานี · จำเลย - นาย นิวัฒ เกาะ อ้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 505/2480ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 3172/2526ฎีกา 1867/2531ฎีกา 1336/2553ฎีกา 712/2559ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 955/2512ฎีกา 333/2527ฎีกา 2716/2535ฎีกา 2597/2516ฎีกา 198/2564ฎีกา 3116/2527ฎีกา 3153/2531ฎีกา 444/2537ฎีกา 3595/2532ฎีกา 852/2464ฎีกา 3962/2546ฎีกา 5838/2541ฎีกา 4547/2530ฎีกา 942/2532ฎีกา 182/2532ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา