⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1291/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำเบิกความของจำเลยต่อศาลที่อ้างว่าคำให้การในชั้นสอบสวนไม่ตรงกับความจริง และมีเหตุผลประกอบน่าเชื่อถือ ย่อมไม่อาจรับฟังว่าจำเลยเบิกความอันเป็นเท็จได้ แม้พนักงานสอบสวนจะเบิกความยืนยันว่าจำเลยให้การในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคำเบิกความของจำเลยในการพิจารณาคดีต่อศาลน่าจะเป็นความจริงทั้งจำเลยเบิกความดังกล่าว โจทก์ก็ได้ให้จำเลยดูคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยแล้ว จำเลยได้ยืนยันว่า คำให้การดังกล่าวไม่ตรงกับความจริง ความจริงเป็นดังที่จำเลยเบิกความต่อศาลแม้โจทก์จะมีพนักงานสอบสวนในคดีอาญาดังกล่าวมาเบิกความรับรองว่าจำเลยได้ให้การในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจ เมื่อจำเลยได้เบิกความต่อศาลโดยมีเหตุผลประกอบน่าเชื่อว่าเป็นความจริง จึงไม่อาจที่จะรับฟังว่าจำเลยได้เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ได้ฟ้องนายณรงค์ อ่อนชนะ ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนต่อศาลชั้นต้น จำเลยได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.1 ว่า จำเลยเห็นนายณรงค์ใช้มีดฟันนายวินัย พันหลง ผู้เสียหายในคดีอาญาดังกล่าวที่ใต้ถุนบ้านนายโฮกด้วยมีดเหรียญสำหรับดายหญ้า แล้วหลบหนีไป ซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นความจริง แต่ในชั้นศาลจำเลยเป็นพยานโจทก์เบิกความว่าจำเลยเดินลงจากบ้านนายโฮกแล้วเห็นนายวินัยผู้เสียหายเดินลงจากบ้านนายโฮก ขณะจำเลยเดินไปปัสสาวะก็ได้ยินเสียงใช้มีดฟันดังตุบตั้บ เห็นผู้เสียหายถูกฟัน คนที่ใช้มีดฟันเห็นเป็นเงาตะคุ่ม ๆไม่ทราบว่าเป็นใคร ตามคำเบิกความเอกสารหมาย ป.จ.1 ซึ่งโจทก์ถือว่าเป็นความเท็จ ปัญหาจึงมีว่าคำเบิกความของจำเลยดังกล่าวเป็นคำเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาหรือไม่ ทางพิจารณาได้ความจากคำร้อยตำรวจเอกวิชิต ศรีไชยวาน พนักงานสอบสวนประกอบคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเอกสารหมาย จ.1 ว่า บ้านเกิดเหตุเป็นบ้านของนายโฮกยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณบ้านเป็นสวนไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนเกิดเหตุ จำเลย นายณรงค์และนายวินัยผู้เสียหายกับคนอื่น ๆ หลายคนได้มาดื่มสุราและเล่นการพนันบนบ้านจนมืดค่ำจึงได้จุดตะเกียงกระป๋องน้ำมันก๊าดไว้บนบ้าน 2 ดวงที่จำเลยเบิกความว่า ขณะเดินลงจากบ้านนายโฮกจะไปปัสสาวะได้ยินเสียงใช้มีดฟัน และเห็นผู้เสียหายถูกฟันโดยไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายเพราะเห็นเป็นเงาตะคุ่ม ๆ โดยมิได้เบิกความว่าเห็นนายณรงค์เป็นคนร้ายใช้มีดฟันผู้เสียหาย จึงน่าจะเป็นความจริง เพราะเหตุเกิดขึ้นในที่มืดไม่มีแสงสว่าง ทั้งจำเลยเบิกความดังกล่าวพนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ ก็ได้ให้จำเลยดูคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยแล้ว จำเลยก็ได้เบิกความยืนยันว่า คำให้การดังกล่าวไม่ตรงกับความจริง ความจริงเป็นดังที่จำเลยเบิกความต่อศาลแม้โจทก์จะมีร้อยตำรวจเอกวิชิต ศรีไชยวาน พนักงานสอบสวนในคดีอาญาดังกล่าวมาเบิกความรับรองว่า จำเลยได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนด้วยความสมัครใจ เมื่อจำเลยได้เบิกความต่อศาลโดยมีเหตุผลประกอบน่าเชื่อว่าเป็นความจริงจึงไม่อาจที่จะรับฟังว่าจำเลยได้เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์ โจทก์ นาย สำราญ เหลือล้น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์ · จำเลย - นาย สำราญ เหลือล้น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 173/2514ฎีกา 700/2506ฎีกา 4784/2529ฎีกา 3014/2531ฎีกา 765/2532ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 5558/2534ฎีกา 3584/2524ฎีกา 18211/2555ฎีกา 374/2537ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1778/2526ฎีกา 2751/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 2539/2519ฎีกา 1349/2533ฎีกา 558/2548ฎีกา 582-583/2503ฎีกา 904/2516ฎีกา 1566/2525ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 3098/2539ฎีกา 2034/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ