⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1604/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงมูลหนี้เดิมอันเป็นที่มาแห่งหนี้ตามฟ้องเป็นการนำสืบตามประเด็นแห่งคดี การจำนองย่อมมีผลผูกพันผู้จำนอง แม้หนี้เงินกู้จะขาดหลักฐานตามกฎหมายจนฟ้องร้องบังคับคดีกับลูกหนี้โดยตรงไม่ได้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การนำสืบถึงมูลหนี้เดิมอันเป็นที่มาแห่งหนี้ตามฟ้องเป็นการนำสืบตามประเด็นแห่งคดีหาเป็นการนำสืบนอกประเด็นไม่ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้เงินกู้ของจำเลยที่ 1 แม้การกู้ยืมเงินขาดหลักฐานตามกฎหมายก็เพียงต้องห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับจำเลยที่ 1 เท่านั้นเมื่อหนี้การกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีอยู่จริงและสมบูรณ์ตามกฎหมาย ย่อมมีการจำนองเป็นประกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 707 และ 681 เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ โจทก์ย่อมบังคับเอากับผู้จำนองได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.681 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.707

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ 1,500,000บาท โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำที่ดิน รวม 4 โฉนดมาจดทะเบียนจำนองไว้แก่โจทก์เพื่อประกันโดยรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันนำต้นเงิน 700,000 บาท มาชำระให้โจทก์โดยยังไม่มีการคิดดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามยังคงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ในต้นเงิน 800,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินต้นที่ค้าง 800,000 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินต้นที่ค้าง 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และไถ่ถอนจำนองที่ดินตามฟ้อง หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระ ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดหากยังไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้นำที่ดินรวม 4 โฉนดตามฟ้องไปจดทะเบียนจำนองเพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 จะกู้เงินโจทก์หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 และที่ 3 นำเงิน700,000 บาทไปไถ่จำนองที่ดินจากโจทก์ออกมา 1 แปลง ต่อมา ทราบจากจำเลยที่ 1 ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้กู้ยืมและรับเงิน 1,500,000 บาทตามฟ้องไปจากโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ชำระหนี้แก่โจทก์ได้ ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันใช้เงิน800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ไม่ชำระหนี้ให้บังคับจำนองนำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนกว่าจะครบจำนวน ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายในบทบัญญัติแห่งอายุความ คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3ว่าการที่โจทก์นำสืบว่าการยืมเงินมีมูลหนี้เดิมมาจากการซื้อขายรถยนต์เมอร์ซีเดสเบ้นซ์เป็นการนำสืบนอกประเด็นหรือไม่ และจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้วสำหรับปัญหาที่ว่าโจทก์นำสืบว่าการยืมเงินมีมูลหนี้เดิมมาจากการซื้อขายรถยนต์เมอร์ซีเดสเบ้นซ์เป็นการนำสืบนอกประเด็นหรือไม่นั้นเห็นว่า การนำสืบถึงหนี้ตามฟ้องโจทก์ย่อมต้องสืบถึงที่มาแห่งหนี้โดยละเอียดว่าหนี้นั้นมีมูลมาอย่างไร การนำสืบของโจทก์ว่าการยืมมีมูลหนี้เดิมมาจากการซื้อขายรถยนต์เมอร์ซีเดสเบ้นซ์ จึงเป็นการนำสืบตามประเด็นแห่งคดี หาเป็นการนำสืบนอกประเด็นดังจำเลยทั้งสองฎีกาไม่ ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยทั้งสองจะรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาจำนองหรือไม่นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วว่าการยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีอยู่จริงและสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว เพียงแต่ขาดหลักฐานแห่งการกู้ยืมตามกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับจำเลยที่ 1 เท่านั้น แต่หนี้ดังกล่าวย่อมมีการจำนองเป็นประกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 707 และ 681 โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามสัญญายืมย่อมบังคับเอากับผู้จำนองได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2536 นาย สุมิตร หล่อกิติยะกุล โจทก์ นาย ประพนธ์ สถิตพันธ์เวชา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุมิตร หล่อกิติยะกุล · จำเลย - นาย ประพนธ์ สถิตพันธ์เวชา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 170/2546ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1561/2520ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4007/2552ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ