คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1630/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนสิทธิการเช่าเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือ และหากสัญญาโอนสิทธิการเช่ามิได้กำหนดเรื่องค่าตอบแทนไว้ การนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารเกี่ยวกับค่าตอบแทนนั้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
ย่อคำพิพากษา
สัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทซึ่งระบุว่าจำเลยซึ่งเช่าตึกพิพาทจากโจทก์ร่วมได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์เป็นผู้เช่าต่อไปเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306ซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ เมื่อสัญญาดังกล่าวมิได้กำหนดเรื่องค่าตอบแทนไว้ ดังนั้น การที่จำเลยจะนำพยานบุคคลมาสืบว่ามีค่าตอบแทนและโจทก์ยังค้างชำระค่าตอบแทนดังกล่าวบางส่วนและถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น จึงเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าตึกแถว 3 ชั้น จากโจทก์ร่วมจำเลยพร้อมด้วยบริวารได้เข้าอยู่อาศัยในตึกแถวดังกล่าวเนื่องจากเป็นผู้เช่าเดิม ต่อมาจำเลยได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์และมีหน้าที่จะต้องส่งมอบตึกแถวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยกลับไม่ส่งมอบและยังอยู่ในตึกแถวดังกล่าวตลอดมา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ไม่สามารถเข้าไปทำการค้าได้ คิดเป็นค่าเสียหายเดือนละ 500 บาทขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารโดยให้ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวดังกล่าวพร้อมทั้งส่งมอบตึกแถวในสภาพเรียบร้อย ห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากตึกแถวและส่งมอบให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม
จำเลยให้การและคัดค้านการเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมว่า เดิมจำเลยเช่าตึกแถวตามฟ้องจากโจทก์ร่วม ต่อมาจำเลยได้โอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทให้โจทก์และสามีโจทก์ โดยโจทก์และสามีตกลงชำระค่าตอบแทนให้แก่จำเลยเป็นเงิน 1,500,000 บาท โจทก์กับสามีชำระแล้ว1,200,000 บาท คงค้างชำระ 300,000 บาทโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์การที่จำเลยยังไม่ส่งมอบตึกพิพาทให้แก่โจทก์จึงมิใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวพิพาท พร้อมทั้งส่งมอบตึกแถว ดังกล่าวแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไปให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะออกไปจากตึกพิพาทและส่งมอบแก่โจทก์เสร็จ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาศาลฎีกาอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะฎีกาโจทก์จากสารบบความ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นควรยกปัญหาว่า การสืบพยานบุคคลในข้อที่ว่าจำเลยโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทให้โจทก์โดยมีค่าตอบแทนเป็นเงิน 1,500,000 บาท นั้น เป็นการสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมข้อความในเอกสารสัญญาโอนสิทธิการเช่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่ขึ้นวินิจฉัยเสียก่อน เห็นว่า สัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทตามเอกสารหมายจร.1 ซึ่งระบุว่า จำเลยซึ่งเช่า ตึกพิพาทจากโจทก์ร่วมได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์เป็นผู้เช่าต่อไป เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 ซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ เมื่อสัญญาดังกล่าวมิได้กำหนดเรื่องค่าตอบแทนไว้ดังนั้น การที่จำเลยจะนำพยานบุคคล มาสืบว่ามีค่าตอบแทนและโจทก์ยังค้างชำระค่าตอบแทนดังกล่าวบางส่วน และถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น จึงเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทเอกสารหมาย จร.1 ว่าการโอนสิทธิการเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีค่าตอบแทน เมื่อจำเลยโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ และโจทก์ได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ร่วมเจ้าของตึกพิพาทแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกพิพาทต่อไปไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วมในข้ออื่นต่อไป"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวพิพาท พร้อมทั้งส่งมอบตึกแถวดังกล่าวให้โจทก์ร่วมในสภาพเรียบร้อยและห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1630/2536
นาง บุปผา ทิวถน อม โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
สำนักงาน ทรัพย์สิน ส่วน พระมหากษัตริย์ โจทก์
นางสาว อรุณี มานะติกานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง บุปผา ทิวถน อม · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - สำนักงาน ทรัพย์สิน ส่วน พระมหากษัตริย์ · จำเลย - นางสาว อรุณี มานะติกานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ