⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1891/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของรวมครอบครองทรัพย์สินรวมอยู่ด้วย แล้วนำทรัพย์สินนั้นไปโดยมิได้มีเจตนาทุจริต หรือโดยไม่มีการแย่งการครอบครองจากเจ้าของรวมคนอื่น ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของรวมจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ไปจากเจ้าของรวมคนอื่นจะต้องได้ความว่าเจ้าของรวมผู้ลักมิได้ครอบครองทรัพย์อยู่ การที่จำเลยซึ่งเป็นทายาทของ ป. หุ้นส่วนกับชาวมาเลเซีย และจำเลยเป็นผู้ครอบครองหอยแครงร่วมอยู่ด้วยใช้บุคคลอื่นไปตักหอยแครง ซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนเอง ไม่มีความผิดฐานใช้บุคคลอื่นลักทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 ในสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ตามลำดับ และเรียกโจทก์ร่วมในสำนวนหลังว่าโจทก์ร่วมที่ 1 โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 84, 85, 334, 335 และให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าของ ระหว่างพิจารณานายตันฮกเส็งหรือฮกเส็ง แซ่ตัน และนางงามจิตบุญยนิตย์ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์สำนวนแรก และเฉพาะนายตันฮกเส็ง แซ่ตัน ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์สำนวนที่สอง ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรม จำเลยที่ 3 และที่ 7หลบหนีศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 และให้จำหน่ายคดีชั่วคราวเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 7 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 มีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 84วางโทษจำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 3,000 บาท พิเคราะห์แล้วจำเลยเป็นทายาทของนายบรรจง อังโชติพันธ์ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนในฟาร์มหอยแครงดังกล่าวด้วยผู้หนึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยทำผิดใด ๆมาก่อนควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดคนละ2 ปี ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30ให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาทรัพย์ 20,790 บาท แก่เจ้าของให้ยกฟ้องของนายตันฮกเส็ง โจทก์ร่วมที่ 1 ทั้งสองสำนวน และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 6 และจำเลยที่ 8 จำเลยที่ 1 และที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมที่ 2 สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 5 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหามีว่า จำเลยที่ 1 และที่ 5 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 บัญญัติว่า "ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์"การที่เจ้าของรวมจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ไปจากเจ้าของรวมคนอื่นนั้น จะต้องได้ความว่าเจ้าของรวมผู้ลักมิได้ครอบครองทรัพย์อยู่ในขณะที่ลัก หากแต่ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของเจ้าของรวมคนอื่น และเอาไปจากการครอบครองของผู้นั้น แต่คดีนี้จำเลยที่ 1และที่ 5 เป็นทายาทนายบรรจง ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับชาวมาเลเซียและเป็นผู้ครอบครองหอยแครงร่วมอยู่ด้วย ใช้บุคคลอื่นไปตักหอยแครงซึ่งอยู่ในความครอบครองของตนเองจึงไม่มีความผิดฐานใช้บุคคลอื่นลักทรัพย์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องศาลฎีกาเห็นด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1891/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สตูล โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย ตัน ฮกเส็งหรือฮกเส็ง แซ่ ตัน กับพวก โจทก์ นางสาว รัตนา อังโชติพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สตูล · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย ตัน ฮกเส็งหรือฮกเส็ง แซ่ ตัน กับพวก · จำเลย - นางสาว รัตนา อังโชติพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ จามิกรณ์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5146/2558ฎีกา 709/2482ฎีกา 5616/2550ฎีกา 1147/2546ฎีกา 753/2481ฎีกา 3774/2532ฎีกา 1093/2507ฎีกา 1273/2506ฎีกา 712/2559ฎีกา 3650/2527ฎีกา 5869/2549ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2907/2526ฎีกา 8177/2543ฎีกา 1946/2527ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1311/2540ฎีกา 3245/2545ฎีกา 339/2519ฎีกา 18654/2555ฎีกา 82/2501ฎีกา 337/2535ฎีกา 3121/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ