⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2101/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2101/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกระทำความผิดอาญาต่อผู้ที่ได้ข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และจำเลยได้กระทำลงไปโดยบันดาลโทสะ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับโทษน้อยลงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายหาเรื่องทำร้ายเพื่อนของจำเลยแล้วหันไปหาเรื่องทำร้ายจำเลยอีก แต่มีกลุ่มชายประมาณ 10 คน ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นเห็นความไม่เป็นธรรมได้เข้าช่วยเหลือจำเลย ผู้ตายจึงวิ่งหนีออกไปที่ถนน จำเลยวิ่งไล่ตามไปติด ๆ แล้วต่อสู้กับผู้ตายที่ใกล้เกาะกลางถนน จำเลยใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย บาดแผลที่แทงลึกถึง 14 ซ.ม. ทะลุถูกเยื่อหุ้มหัวใจและเส้นเลือดดำขั้วหัวใจแสดงว่าแทงโดยแรงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายหาเรื่องทำร้ายจำเลยก่อน เป็นเรื่องที่จำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และจำเลยติดตามไปทำร้ายผู้ตายในขณะนั้น เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,72

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.76 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2532 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายอนุชิตถึงแก่ความตายเหตุเกิดที่แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 ประกอบมาตรา 72 ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 19 ปีลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา 76 คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปีให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสาม ตามมาตรา 76 คำให้การชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปทันแล้วใช้มีดแทงผู้ตายปรากฏบาดแผลลึกถึง 14 ซ.ม. ทะลุถูกเยื่อหุ้มหัวใจและเส้นเลือดดำขั้วหัวใจแสดงว่าจำเลยแทงโดยแรง ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าผู้ตายอาจได้รับบาดแผลถึงแก่ความตายได้ เพราะบริเวณอกที่จำเลยแทงมีอวัยวะสำคัญอยู่ภายใน จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าแต่เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายหาเรื่องทำร้ายนายสมเจตน์เพื่อนของจำเลยก่อนโดยไม่มีสาเหตุ แล้วผู้ตายหันไปเตะจำเลยซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้น จำเลยจึงต้องลุกขึ้นไปยืนบนม้านั่ง ผู้ตายกลับแสดงความยิ่งใหญ่ประกาศตนว่าเป็นไทยสุริยะ 29 และติดตามจะเข้าทำร้ายจำเลยอีก เมื่อกลุ่มชายประมาณ 10 คน ที่นั่งอยู่เห็นความไม่เป็นธรรมพากันลุกขึ้นมาช่วยจำเลย ผู้ตายจึงวิ่งหนีออกไป ที่กลางถนน จำเลยวิ่งไล่ตามผู้ตายไปแล้ว ต่อสู้กันขึ้นจำเลยได้ใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงเป็นเรื่องที่จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยบันดาลโทสะไล่ติดตามไปทำร้ายผู้ตายในขณะนั้น เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 72 ขณะกระทำผิดจำเลยอายุ 19 ปีลดมาตราส่วนโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 จำคุก 4 ปีจำเลยรับสารภาพในชั้นถูกจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2101/2536 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย วิโรจน์ พ วง สุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย วิโรจน์ พ วง สุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนพ กีรติยุติ · ชลิต ประไพศาล · สุเมธ อุปนิสากร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5598/2540ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 6416/2541ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1790/2521ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 472/2539ฎีกา 45/2484ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา