⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2565/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บันทึกท้ายทะเบียนการหย่าที่ระบุให้ฝ่ายหนึ่งยกทรัพย์สินให้แก่บุตร ถือเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 ซึ่งคู่สัญญาโดยตรงมีอำนาจฟ้องบังคับให้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้บันทึกท้ายทะเบียนการหย่าจะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374โจทก์เป็นคู่สัญญาในบันทึกดังกล่าวโดยตรงกับจำเลยในการยกทรัพย์สินให้แก่บุตร โจทก์ในฐานะคู่สัญญาจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยโอนทรัพย์สินให้แก่บุตรได้ ตามบันทึกการหย่าเพียงให้จำเลยอุปการะบุตรเท่านั้น หาใช่ให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่ผู้เดียวไม่ อำนาจปกครองบุตรยังอยู่กับโจทก์ด้วยโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องในนามตนเองได้ไม่จำต้องให้บุตรเรียกชำระหนี้จากโจทก์เพราะบุตรจะยอมรับทรัพย์สินหรือไม่ เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดี การที่จำเลยฎีกาว่า รถยนต์และบ้าน จำเลยไม่เคยตกลงยกให้แก่บุตร บันทึกข้อตกลงที่เจ้าพนักงานทำขึ้นไม่ชอบเพราะไม่ตรงตามความประสงค์ของจำเลยเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายมีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม 2528 ได้จดทะเบียนหย่ากันโดยจำเลยสัญญาว่าจะโอนรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4ง-8606 กรุงเทพมหานครรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก-3053 นครปฐม และบ้านเลขที่ 34/1 หมู่ที่ 1ตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พร้อมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ภายในบ้านทั้งหมดให้แก่บุตรทั้งสองคือเด็กหญิงจารุณี ทุมทัน และเด็กหญิงจารุพรรณ ทุมทัน ภายในกำหนด 1 ปี แต่เมื่อครบกำหนด จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญากลับนำรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4ง-8606 กรุงเทพมหานคร ราคา 120,000 บาทไปโอนขายให้แก่บุคคลภายนอกและนำบ้านดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองประกันเงินกู้ไว้กับธนาคารนครหลวงไทยจำกัด สาขานครชัยศรีโจทก์ไม่อาจบังคับจำเลยได้ ขอให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก-3053 นครปฐม และปลดภาระจำนองบ้านเลขที่34/1 แล้วโอนกรรมสิทธิ์ทั้งรถยนต์และบ้านดังกล่าวให้แก่เด็กหญิงจารุณี ทุมทัน และเด็กหญิงจารุพรรณ ทุมทันหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 120,000 บาท แทนการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน 4ง-8606 กรุงเทพมหานครให้แก่เด็กหญิงจารุณี ทุมทันและเด็กหญิงจารุพรรณ ทุมทัน ทั้งนี้หากจำเลยไม่สามารถโอนทรัพย์สินให้แก่บุตรทั้งสองคนได้ก็ให้จำเลยใช้เงินแทนรวมทั้งสิ้น 180,000 บาท จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก-3053 นครปฐม และบ้านเลขที่ 34/1 หมู่ที่ 1ตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม แก่เด็กหญิงจารุณี ทุมทัน และเด็กหญิงจารุพรรณ ทุมทัน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาให้จำเลยชำระเงินแก่เด็กหญิงจารุณี ทุมทัน และเด็กหญิงจารุพรรณ ทุมทัน จำนวน120,000 บาท แทนการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน 4ง-8606กรุงเทพมหานคร หากไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียนก-3053 นครปฐม และบ้านเลขที่ 34/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้วอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมได้ก็ให้ชำระราคาแทนเป็นเงิน40,000 บาท และ 20,000 บาท ตามลำดับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงซึ่งไม่มีข้อโต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยามีบุตรด้วยกันสองคนคือเด็กหญิงจารุณีทุมทัน และเด็กหญิงจารุพรรณ ทุมทัน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2528โจทก์จำเลยจดทะเบียนหย่าขาดจากกัน และได้ทำบันทึกท้ายทะเบียนการหย่าไว้ว่า โจทก์จำเลยตกลงให้จำเลยเป็นผู้อุปการะบุตรผู้เยาว์ทั้งสอง และเกี่ยวกับทรัพย์สินได้ตกลงกันว่า จำเลยจะยกรถยนต์ 2 คัน และบ้านอีก 1 หลัง ให้แก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนภายในกำหนด 1 ปี มีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า การที่โจทก์จำเลยทำบันทึกยกทรัพย์สินให้แก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนนั้น เป็นการทำสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นได้เห็นว่าแม้บันทึกดังกล่าว จะเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 แต่โจทก์ก็เป็นคู่สัญญาในบันทึกโดยตรงกับจำเลย ในการยกทรัพย์สินให้แก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสอง โจทก์ในฐานะคู่สัญญาจึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยโอนทรัพย์สินนั้นให้แก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองได้ ข้อที่จำเลยฎีกาต่อไปว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ตามบันทึก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในนามของโจทก์เองได้ แต่เป็นเรื่องของบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแล้วเห็นว่า ข้อความในข้อ 2 ดังกล่าวเพียงให้จำเลยอุปการะบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเท่านั้น หาใช่ให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแต่ผู้เดียวไม่ อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองยังอยู่กับโจทก์ด้วย โจทก์มีอำนาจฟ้องในนามของตนเองได้ไม่จำต้องให้บุตรผู้เยาว์ทั้งสองเรียกชำระหนี้จากโจทก์ เพราะบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะยอมรับทรัพย์สินหรือไม่เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดี ส่วนที่จำเลยฎีกาว่ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก-3053 นครปฐม และบ้านเลขที่ 34/1 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม จำเลยไม่เคยตกลงยกให้แก่บุตรผู้เยาว์ทั้งสองบันทึกข้อตกลงที่เจ้าพนักงานทำขึ้นไม่ชอบเพราะไม่ตรงตามความประสงค์ของจำเลย เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2565/2536 นาง กัลยา เรืองจุ้ย โจทก์ นาย สม พงษ์ ทุม ทัน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง กัลยา เรืองจุ้ย · จำเลย - นาย สม พงษ์ ทุม ทัน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 863/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา