⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3246/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3246/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อหน้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถือว่าได้อ่านให้คู่ความฟังแล้วตามกฎหมาย หากคู่ความฝ่ายอื่นไม่มาศาลตามกำหนดนัด

ย่อคำพิพากษา

บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140(3)บัญญัติแต่เพียงว่าให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยมิได้บังคับว่าต้องอ่านต่อหน้าคู่ความทุกฝ่ายเสมอไป ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลครั้งแรกซึ่งศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดให้จำเลยทั้งห้าทราบโดยวิธีปิดหมายนั้นไม่มีคู่ความมาศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดการอ่านโดยถือว่าได้อ่านให้คู่ความฟังแล้ว เมื่อข้อเท็จจริงเพิ่งปรากฏในภายหลังตามคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า การปิดหมายแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นย่อมชอบที่จะอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2ฟังใหม่ โดยไม่จำต้องอ่านให้โจทก์และจำเลยอื่นฟังอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.140

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1และที่ 2 ศาลชั้นต้นตรวจสำนวนแล้วปรากฏตามรายงานการเดินหมายฉบับลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2533 และวันที่ 4 เมษายน 2533 ว่าเจ้าพนักงานนำหมายไปส่งให้แก่นายทวีศักดิ์ หงส์ทอง ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วไม่พบ พบหญิงอายุประมาณ 45 ปี แจ้งว่านายทวีศักดิ์ย้ายไปแล้ว จึงได้ปิดหมายไว้ ดังนั้น การส่งหมายดังกล่าวจึงไม่ชอบ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงยังไม่ทราบวันนัดและถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2533 เมื่อจำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 มาศาลในวันนัดไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533 ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังในวันดังกล่าว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 140(3) บัญญัติว่า "การอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้อ่านข้อความทั้งหมดในศาลโดยเปิดเผยตามเวลาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ ต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..."บทกฎหมายดังกล่าวบัญญัติเพียงว่าให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยมิได้บังคับว่าต้องอ่านต่อหน้าคู่ความทุกฝ่ายเสมอไป ที่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาถึงจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 โดยอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ฟังด้วยนั้นก็เพราะจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 มิได้ยื่นคำร้องขอเข้ามา จึงไม่มีประเด็นที่ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยสั่ง ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2ฟังใหม่นั้นชอบแล้วและที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ได้ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชอบแล้วตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2533 ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังไม่ทราบโดยชอบ จึงอ่านให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังใหม่ได้และไม่ทำให้คู่ความอื่นที่ถือว่าได้ฟังคำพิพากษาโดยชอบแล้วเสียไปด้วยนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นต้องอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความทุกฝ่ายฟังใหม่ด้วยนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามอุทธรณ์ของโจทก์และรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 13พฤศจิกายน 2533 ว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งงดการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความทุกฝ่ายฟังเพราะไม่มีคู่ความมาศาลเมื่อวันที่ 27เมษายน 2533 โดยปรากฏตามรายงานการเดินหมายฉบับลงวันที่15 กุมภาพันธ์ 2533 และวันที่ 4 เมษายน 2533 ว่ามีการปิดหมายให้จำเลยทั้งห้าไว้แล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายแล้ว ข้อเท็จจริงเพิ่งปรากฏภายหลังเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2533ว่า การส่งหมายโดยวิธีปิดหมายดังกล่าวยังไม่ชอบเพราะเป็นการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งได้ย้ายไปก่อนปิดหมายแล้วก็ไม่ทำให้การอ่านคำพิพากษาโดยชอบเสียไปและที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เฉพาะทนายจำเลยที่ 1และที่ 2 ฟังใหม่จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ ไม่จำต้องอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังอีก เพราะถือว่าคำพิพากษาได้อ่านตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2533 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3246/2536 นาย วิโรจน์ ชัยชนะศิริ โจทก์ นาย ประเสริฐ หอ ประสาท สุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิโรจน์ ชัยชนะศิริ · จำเลย - นาย ประเสริฐ หอ ประสาท สุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนัด หมายสวัสดิ์ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · เธียรไท สุนทรนันท
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 175/2519ฎีกา 1730/2503ฎีกา 16/2497ฎีกา 348-356/2518ฎีกา 2362/2530ฎีกา 3275/2524ฎีกา 818/2543ฎีกา 6068/2538ฎีกา 22/2527ฎีกา 2664/2536ฎีกา 5863/2537ฎีกา 1538/2523ฎีกา 4984/2537ฎีกา 2198/2533ฎีกา 5150/2543ฎีกา 2196/2525ฎีกา 1324/2505ฎีกา 822/2491ฎีกา 2666/2532ฎีกา 764/2522ฎีกา 615/2524ฎีกา 2840/2550ฎีกา 2418/2537ฎีกา 6112/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ