⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7409/2546

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7409/2546

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องขอให้บังคับจำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ถือเป็นคำฟ้องบังคับจำนอง ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้องตามตาราง 1 ข้อ 1 (ค) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง.

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอให้บังคับจำนองของผู้ร้องซึ่งเป็นคำฟ้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละเท่าใดนั้น เป็นปัญหา ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องจะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ร้องมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ผู้ร้องก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นในอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคสอง อันเป็นข้อยกเว้นของมาตรา 226 (2) และแม้ว่าผู้ร้องจะอุทธรณ์ในเรื่องค่าขึ้นศาลเพียงอย่างเดียวแต่ก็เป็นการอุทธรณ์โดยยกเหตุว่าศาลชั้นต้นมิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ต้องห้ามผู้ร้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 168 ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองได้ยื่นคำร้องขอตาม ป.วิ.พ. มาตรา 289 ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยนั่นเอง คดีนี้จำเลยผู้จำนองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีหรือคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง 1 ข้อ 1 (ค) ท้าย ป.วิ.พ. ในอัตราร้อยละ 1 ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง แม้โจทก์จะได้ยื่นคำคัดค้านก็ถือว่าเป็นเพียงการ โต้แย้งในชั้นบังคับคดีของโจทก์เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าคำคัดค้านของโจทก์เป็นคำให้การต่อสู้คดีแทนจำเลยตามความหมาย ของตาราง 1 ข้อ 1 (ค) ท้าย ป.วิ.พ. หมายเหตุ วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2546

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.168 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน ๓๘๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นผู้รับจำนองที่ดินที่โจทก์นำยึดเพื่อขายทอดตลาดดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โดยผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ ๑ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ขอให้ยกคำร้องขอ ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มเป็นร้อยละ ๒.๕ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง ผู้ร้องจึงชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มอีก ๑.๕ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นเงินจำนวน ๑๑๓,๒๙๓.๕๐ บาท โดยผู้ร้องมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไว้ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามอุทธรณ์ของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์เพียงข้อเดียวว่า ที่ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลจากผู้ร้องเพิ่มอีกร้อยละ ๑.๕ ขอจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการพิจารณาปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ร้องดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า การที่ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มอีกร้อยละ ๑.๕ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้นโดยมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๒) ผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า คำร้องขอให้บังคับจำนองของผู้ร้องซึ่งเป็นคำฟ้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละเท่าใดนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้ร้องจะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไว้ ซึ่งเท่ากับว่าผู้ร้องมิได้ยกปัญหาดังกล่าวขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ผู้ร้องก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นในอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ วรรคสอง อันเป็นข้อยกเว้นของมาตรา ๒๒๖ (๒) และศาลฎีกาเห็นว่าถึงแม้ว่าผู้ร้องจะอุทธรณ์ในเรื่องค่าขึ้นศาลเพียงอย่างเดียว แต่ก็เป็นการอุทธรณ์โดยยกเหตุว่าศาลชั้นต้นมิได้กำหนดค่าฤชาธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ต้องห้ามผู้ร้องอุทธรณ์ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๖๘ บัญญัติไว้ ดังนี้ จึงชอบที่ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ร้องให้ ส่วนในปัญหาว่ากรณีตามคำร้องขอของผู้ร้องจะต้องเสียค่าขึ้นศาลในศาลชั้นต้นในอัตราร้อยละเท่าใดนั้น ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองได้ยื่นคำร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำฟ้องบังคับจำนองจำเลยนั่นเอง ตามตาราง ๑ ข้อ ๑ (ค) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้ระบุไว้ว่า ให้เรียกค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ ๑ แต่ไม่ให้เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อเมื่อจำเลยให้การต่อสู้คดีจึงให้เรียกค่าขึ้นศาลในอัตราร้อยละ ๒.๕ แต่คดีนี้จำเลยผู้จำนองไม่ได้ให้การต่อสู้คดีหรือคัดค้านคำร้องขอของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามตาราง ๑ ข้อ ๑ (ค) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในอัตราร้อยละ ๑ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง แม้โจทก์จะได้ยื่นคำคัดค้านก็ถือว่าเป็นเพียงการโต้แย้งในชั้นบังคับคดีของโจทก์เท่านั้น ถือไม่ได้ว่าคำคัดค้านของโจทก์เป็นคำให้การต่อสู้คดีแทนจำเลยตามความหมายของตาราง ๑ ข้อ ๑ (ค) ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลจากผู้ร้องในอัตราร้อยละ ๒.๕ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้องจึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่เรียกให้ผู้ร้องชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มอีกร้อยละ ๑.๕ ของจำนวนหนี้ที่เรียกร้อง และให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่ผู้ร้องเสียเพิ่มดังกล่าวเป็นเงินจำนวน ๑๑๓,๒๙๓.๕๐ บาท แก่ผู้ร้อง ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7409/2546 ห้างหุ้นส่วนจำกัดทวีศักดิ์คลองใหญ่ โจทก์ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายพงษ์ศิลป์ สุทินฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดทวีศักดิ์คลองใหญ่ · ผู้ร้อง - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายพงษ์ศิลป์ สุทินฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเขียว - นายอดุล สังข์ทอง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 7122/2545ฎีกา 5378/2544ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1948/2523ฎีกา 4335/2539ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1196/2513ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4832/2536ฎีกา 8543/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา