คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 336/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดี แม้จะอุทธรณ์ภายในกำหนด แต่หากคำอุทธรณ์นั้นมุ่งเพียงให้สืบพยานต่อไปโดยไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีและเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ไร้สาระ ศาลอุทธรณ์ย่อมไม่รับวินิจฉัย.
ย่อคำพิพากษา
คดีโจทก์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่ง ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์อ้างเหตุว่า โจทก์ไม่ยื่นอุทธรณ์ภายใน 10 วัน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์อุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนดแล้วจึงให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ ดังนี้ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์มุ่งผลขอให้มีการสืบพยานโจทก์ต่อไปเท่านั้น จึงไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของโจทก์และเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายที่ไร้สาระ ไม่สมควรที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์ไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ แต่โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๑ มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ทนายโจทก์เซ็นทราบคำสั่งเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๒๕
โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๕ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่ยื่นอุทธรณ์ภายใน ๑๐ วัน นับแต่กันที่ศาลมีคำสั่งจึงไม่รับอุทธรณ์คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๔
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ทราบคำสั่งเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๒๕ โจทก์อุทธรณ์วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๕ พิพากษากลับ ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อุทธรณ์รวม ๓ ฉบับ ฉบับแรกขอให้ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้โจทก์นำพยานเข้าสืบได้ ฉบับที่สองโต้แย้งคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์และขอให้สั่งรับอุทธรณ์และฉบับที่สามโต้แย้งคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ฉบับที่สองและขอให้รับอุทธรณ์ฉบับที่สอง โดยมุ่งผลอย่างเดียวกันคือขอให้มีการสืบพยานโจทก์ต่อไป ดังนั้น เมื่อมีกรณีต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีของศาลชั้นต้นมาแต่แรกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ เช่นนี้ที่ศาลอุทธรณ์สั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ฉบับที่สองไว้จึงไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของโจทก์ อุทธรณ์ฉบับที่สามขอให้รับอุทธรณ์ฉบับที่สองจึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายที่ไร้สาระไม่สมควรที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยได้
พิพากษากลับ ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 336/2527
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเซีย จำกัด โจทก์
นางเอมี่ ไตรวิทยาคุณ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สินเอเซีย จำกัด · จำเลย - นางเอมี่ ไตรวิทยาคุณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประการ กาญจนศูนย์ · โกวิท สุนทรขจิต · กิติ บูรพรรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอุดมศักดิ์ ศิริอ่อน · ศาลอุทธรณ์ - นายประสพชัย ยามาลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา