คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3343/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา จะต้องระบุตัวผู้กระทำผิดให้ชัดเจน หากไม่ระบุตัวผู้กระทำผิด หรือระบุเพียงบางส่วน การกล่าวหาดังกล่าวจึงไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่ไม่ได้ถูกกล่าวหา และพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนในส่วนที่ไม่ได้ถูกกล่าวหา
ย่อคำพิพากษา
ปรากฏตามสมุดรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า นาย ส.ร่วมกับจำเลยที่ 1 หลอกลวงเอาเงินโจทก์ร่วมไป ทำให้โจทก์ร่วมเสียหาย จึงได้มาพบพนักงานสอบสวนแจ้งความร้องทุกข์ และมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการจนกว่าคดีถึงที่สุด เป็นการกล่าวหาเฉพาะนาย ส.กับจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่ได้กล่าวหาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ว่าได้ร่วมกระทำผิดด้วย ทั้งไม่ได้กล่าวหาว่ามีพวกของนาย ส.จำเลยที่ 1 หรือบุคคลอื่นที่ยังไม่ทราบชื่อร่วมกระทำผิด การกล่าวหาจึงไม่ครอบคลุมถึงจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่เป็นการกล่าวหาที่โจทก์ร่วมมีเจตนาจะให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้รับโทษ ไม่เป็นคำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา2 (7), 123 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวนและพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · โจทก์ร่วม - นางสมผล รัตนโกศล · จำเลย - นางศรีวิไล ชัยชนะ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย สุขพรหม · ยงยุทธ ธารีสาร · พรชัย สมรรถเวช |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหนองคาย - นายเผด็จ ชมพานิชย์ · ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเสงี่ยม คชาธาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา