คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ใดจัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารผิดไปจากแผนผัง แบบแปลน หรือเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นผู้กระทำผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โดยผู้ควบคุมงานก็มีความผิดและเป็นตัวการร่วมด้วย
ย่อคำพิพากษา
ผู้กระทำผิดตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มิได้จำกัดเฉพาะผู้ควบคุมงานเท่านั้น แต่หมายความถึงผู้ใดก็ตามที่จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารผิดไปจากแผนผัง บริเวณแบบแปลน ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดตามมาตรานี้ด้วย ส่วนตามบทบัญญัติของวรรคสอง มาตราเดียวกันนี้หมายถึงว่า ผู้ควบคุมงานก็มีความผิดด้วย และเป็นตัวการร่วมกันกับผู้จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ผู้กระทำผิดตามมาตรา 31 นี้ เพียงแต่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ระบุไว้เพียงประการเดียวก็เป็นความผิดแล้ว คือ กระทำการดังกล่าวให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ ผิดไปจากแบบแปลน ผิดไปจากรายงานประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ผิดไปจากวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต หาจำเป็นจะต้องกระทำการทุกอย่างร่วมกันไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.31
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท จำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ก่อสร้างอาคารตึกแถว 3 ชั้น จำนวน 9 ห้องเพื่อพาณิชยกรรม มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ควบคุมงาน จำเลยทั้งสองได้ก่อสร้างอาคารดังกล่าวให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองระงับการก่อสร้างอาคารดังกล่าว จำเลยทั้งสองทราบคำสั่งแล้ว ยังคงดำเนินการก่อสร้างต่อไป รวมเป็นเวลา 24 วันอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น เหตุเกิดที่แขวงคลองเตย เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 40, 65, 67, 70, 72ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดก่อสร้างอาคารพาณิชย์ผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจริง ตั้งแต่วันที่4 ธันวาคม 2529 แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2530 ส่วนข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นจำเลยทั้งสองปฏิเสธ เพราะได้สร้างอาคารเสร็จแล้ว ก่อนที่เขตพระโขนงจะมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31, 65, 70, 72 ให้ลงโทษตามมาตรา 31, 65 วรรคแรก, 70, 72 ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 10,000 บาทและจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับจำเลยทั้งสองตามมาตรา 65 วรรคสอง, 70 วันละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ 27 มกราคม 2530ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2530 เป็นเวลา 58 วัน เป็นเงินคนละ 290,000 บาทรวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 300,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้6 เดือน ปรับ 300,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพบางส่วนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณานับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละหนึ่งในสามคงปรับจำเลยที่ 1เป็นเงิน 200,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 4 เดือน ปรับ 200,000 บาทไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยกระทำผิดมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 มีกำหนด 2 ปี คำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสีย
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ 1 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว ได้ความว่า จำเลยที่ 1เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ก่อสร้างอาคารตึกแถว 3 ชั้น จำนวน 9 ห้อง เพื่อพาณิชยกรรม โดยจำเลยที่ 1เป็นเจ้าของอาคาร จำเลยที่ 2 เป็นผู้ควบคุมงาน เมื่อระหว่างวันที่ 27 มกราคม 2530 ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2530 จำเลยทั้งสองได้ก่อสร้างอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1มีดังนี้
ประการแรก ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 31 ไม่ใช่ความผิดสำหรับผู้ก่อสร้างอาคารผิดแผนผังบริเวณแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต แต่เป็นความผิดเฉพาะตัวของผู้ควบคุมงาน จำเลยที่ 1 ไม่ใช่ผู้ควบคุมงานจึงไม่มีความผิดตามมาตรานี้ เห็นว่ามาตรา 31 บัญญัติว่า"ห้ามผู้ใดจัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต..." ดังนั้นผู้กระทำผิดจึงเป็นผู้ใดก็ตามที่จัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลนไม่จำกัดเฉพาะผู้ควบคุมงานเท่านั้นที่วรรคสองของมาตราเดียวกันบัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารเป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ควบคุมงาน..." หมายถึงว่าผู้ควบคุมงานก็มีความผิดด้วย และเป็นตัวการร่วมกันกับผู้จัดให้มีการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารผู้จัดให้มีการก่อสร้าง จึงร่วมกันกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 ผู้ควบคุมงาน ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้น
ประการที่สอง การกระทำความผิดตามมาตรา 31 จะต้องมีการก่อสร้างดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปทั้งแผนผังบริเวณ แบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตรวมกันทุกประการจึงจะมีความผิดแต่จำเลยที่ 1 ได้ก่อสร้างอาคารผิดไปเฉพาะแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นการกระทำจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิด เห็นว่า มาตรานี้หมายความว่าผู้กระทำความผิดต้องเป็นผู้จัดการให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังจะกล่าวต่อไปนี้เพียงประการเดียวก็เป็นความผิดแล้ว คือกระทำการดังกล่าวมาแล้วให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ ผิดไปจากแบบแปลนผิดไปจากรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ผิดไปจากวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต หาจำเป็นจะต้องกระทำการทุกอย่างร่วมกันไม่ การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นการจัดให้มีการก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจึงมีความผิดตามมาตรานี้แล้ว
ประการสุดท้าย ศาลล่างลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเวลา58 วัน ตามมาตรา 65 วรรคสอง เป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายเห็นว่า ตามคำฟ้องได้ความว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดให้มีการก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานท้องถิ่นระหว่างวันที่ 27 มกราคม 2530 ถึงวันที่ 30มีนาคม 2530 เป็นเวลา 63 วัน แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้งสองสร้างอาคารเสร็จในวันที่ 25 มีนาคม 2530 เป็นเวลา 58 วันที่ศาลล่างลงโทษปรับจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 58 วัน จึงไม่เกินคำขอที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 373/2536
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
บริษัท ทีม อา คีเต็ค จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - บริษัท ทีม อา คีเต็ค จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมปอง เสนเนียม · อัมพร เดชศิริ · วิทูรย์ สุทธิประภา |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ