⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2414/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ควบคุมงานมีหน้าที่ต้องควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต หากละเลยไม่ควบคุมจนเกิดการก่อสร้างผิดแบบ ถือว่าผู้ควบคุมงานได้ร่วมกระทำความผิดฐานจัดให้มีการก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือแสดงความยินยอมเป็นผู้ควบคุมงานเจ้าพนักงานท้องถิ่นอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารได้โดยระบุว่ามีจำเลยทั้งสองเป็นผู้ควบคุมงาน จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่ต้องไปควบคุมการก่อสร้าง แต่ละเลยไม่ไปควบคุมการก่อสร้างจนเป็นเหตุให้มีการก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจะถือว่าการก่อสร้างอาคารที่ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว มิใช่เป็นการกระทำของจำเลยทั้งสองตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 31 วรรคสองตอนท้ายไม่ได้ แต่ต้องถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยทั้งสองตามมาตรา31 วรรคสองตอนแรก ถือว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกระทำความผิดฐานจัดให้มีการก่อสร้างอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตดังฟ้อง ตามหนังสือขอก่อสร้างอาคาร หนังสือแสดงความยินยอมเป็นผู้ควบคุมงานของจำเลยทั้งสองและใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารระบุว่าเพื่อใช้เป็นอาคารพาณิชย์-พักอาศัยและอาคารที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสามชั้นซึ่งปกติใช้เพื่อการพาณิชยกรรมได้ ถือได้ว่าอาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรม การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2529 ถึงวันที่16 มกราคม 2530 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้ควบคุมตามใบอนุญาตก่อสร้างอาคารที่นายวิบูลย์ กิจนันทวิวัฒน์ ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ทำการก่อสร้างอาคารเพื่อพาณิชยกรรมในซอยลาดหญ้า 2 ถนนลาดหญ้า แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพมหานครและอยู่ภายในเขตควบคุมการก่อสร้างได้ร่วมกันจัดให้มีการก่อสร้างอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต กล่าวคือตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตให้สร้างตึกแถวสามชั้น จำนวน 6 ห้องได้สร้างจำนวน 7 ห้อง โดยสร้างเพิ่ม 1 ห้อง และตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตให้สร้างตึกแถวสามชั้น จำนวน 13 ห้อง ได้สร้างจำนวน15 ห้อง โดยสร้างเพิ่ม 2 ห้องเหตุเกิดที่แขวงคลองสาน เขตคลองสานกรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 2, 4, 31, 65, 70 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522ข้อ 4, 5 พระราชกฤษำีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2479 ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 ใช้บังคับพ.ศ. 2520 มาตรา 3 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 31, 65, 70 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 วางโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 100,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในประการแรกว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกระทำความผิดฐานให้มีการก่อสร้างอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตดังฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือแสดงความยินยอมเป็นผู้ควบคุมงาน จำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องไปควบคุมการก่อสร้างอาคารให้เป็นไปตามแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตและเมื่อพิจารณาประกอบกับพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา31 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า "ห้ามผู้ใดจัดให้มีการก่อสร้าง ดัดแปลงรื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ฯลฯ" และวรรคสองที่บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารเป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ควบคุมงาน เว้นแต่ผู้ควบคุมงานจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำของผู้อื่น" แล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองซึ่งมีหน้าที่ต้องไปควบคุมการก่อสร้าง แต่ละเลยไม่ไปควบคุมการก่อสร้าง จนเป็นเหตุให้มีการก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต จะถือว่าการก่อสร้างอาคารที่ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตดังกล่าว มิใช่เป็นการกระทำของจำเลยทั้งสองตามมาตรา31 วรรคสองตอนท้ายไม่ได้ แต่ต้องถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยทั้งสองตามมาตรา 31 วรรคสองตอนแรก คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกระทำความผิดฐานจัดให้มีการก่อสร้างอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณและแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจริงดังฟ้อง ฎีกาของจำเลยทั้งสองในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาที่จะวินิจแัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองในประการสุดท้ายว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองตามที่วินิจฉัยแล้วข้างต้นเป็นการกระทำความผิดอันเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรมดังฟ้องหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า ตามหนังสือขอก่อสร้างอาคารเอกสารหมาย จ.5หนังสือแสดงความยินยอมเป็นผู้ควบคุมงานของจำเลยทั้งสองเอกสารหมายจ.6 จ.7 และใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารเอกสารหมาย จ.1 ระบุว่าเพื่อใช้เป็นอาคารพาณิชย์-พักอาศัย และอาคารที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสามชั้นซึ่งปกติใช้เพื่อการพาณิชยกรรมได้ ถือได้ว่าอาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารเพื่อพาณิชยกรรม การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาคารเพื่อพาณิชยกรรมดังฟ้อง..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2414/2535 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ปัญญา สุภาเส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ปัญญา สุภาเส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ยงยุทธ ธารีสาร · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 593/2510ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 619/2513ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1893/2538ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3595/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1315/2513ฎีกา 3380/2531ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530ฎีกา 643/2531ฎีกา 215/2556ฎีกา 4547/2530ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ