⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4077/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4077/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากการเข้าใจโดยสมควรว่าตนกำลังถูกทำร้าย และเป็นการป้องกันตัวจากการกระทำที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ถือเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ขณะเกิดเหตุมีเสียงปืนจากทางฝ่ายผู้ตายก่อน ขณะนั้นเป็นยามวิกาลและหมู่บ้านที่เกิดเหตุมีโจรผู้ร้ายชุกชุมย่อมมีเหตุอันสมควรที่จำเลย จะเข้าใจว่า ฝ่ายผู้ตายซึ่งใช้อาวุธปืนยิงก่อนนั้นเป็นคนร้ายและใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนซึ่งขณะนั้นอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 15 เมตร และจำเลยที่ 1 ไม่อาจทราบได้ว่าจะมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนอีกหรือไม่ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนคาร์ไปน์ยิงไปที่ผู้ตายทั้งชุดในภาวะเช่นนั้น จึงมิใช่เป็นการกระทำด้วยความประมาทและถือได้ว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.62 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงโดยมีเจตนาฆ่าช. ผู้เสียหายและ ก. ผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานขณะกระทำการตามหน้าที่ เป็นเหตุให้ก. ถึงแก่ความตาย แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 289 และคืนอาวุธปืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 สำคัญผิดว่าผู้เสียหายและผู้ตายเป็นคนร้าย จึงใช้อาวุธปืนของกลางยิงไปที่ผู้ตายเพื่อป้องกันตนโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยที่ 1 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 3 ปี ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องและคืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 สำคัญผิดโดยมีเหตุอันสมควรว่าผู้ตายเป็นคนร้ายและใช้อาวุธปืนยิงจำเลยที่ 1 ก่อนการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายมิใช่เกิดขึ้นด้วยความประมาทของจำเลยที่ 1 และเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 62 วรรคแรกพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า มีเสียงปืนจากทางฝ่ายผู้ตายก่อน ขณะนั้นเป็นยามวิกาล และหมู่บ้านที่เกิดเหตุมีโจรผู้ร้ายชุกชุมจนถึงกับทางราชการต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันเหตุร้ายเวลากลางคืนย่อมมีเหตุอันสมควรที่จำเลยที่ 1 จะเข้าใจว่า ฝ่ายผู้ตายซึ่งใช้อาวุธปืนยิงก่อนนั้นเป็นคนร้ายและใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนประกอบกับขณะนั้นผู้ตายและผู้เสียหายอยู่ห่างจากจำเลยที่ 1 เพียงประมาณ15 เมตร จำเลยที่ 1 ไม่อาจทราบได้ว่าจะมีการใช้อาวุธปืนยิงใส่ตนอีกหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงไปที่ผู้ตายทั้งชุดในภาวะเช่นนั้น จึงมิใช่เป็นการกระทำด้วยความประมาทและถือได้ว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 62 วรรคแรก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4077/2536 พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา โจทก์ นาย เกษม เจิม ขวัญ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา · จำเลย - นาย เกษม เจิม ขวัญ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2669/2538ฎีกา 625/2518ฎีกา 729/2508ฎีกา 226/2529ฎีกา 2716/2535ฎีกา 175/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1309/2513ฎีกา 1165/2537ฎีกา 410/2546ฎีกา 2266/2534ฎีกา 182/2532ฎีกา 96/2529ฎีกา 7233/2549ฎีกา 1187/2543ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1697/2535ฎีกา 1036/2513ฎีกา 4952/2536ฎีกา 1283/2544ฎีกา 189/2487ฎีกา 5215/2539ฎีกา 1074/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา