คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4143/2536
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเอกสารอยู่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และผู้ร้องสามารถตรวจตราให้ทราบถึงความมีอยู่และความแท้จริงของเอกสารได้ ผู้คัดค้านย่อมสามารถอ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยานได้
ย่อคำพิพากษา
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ส่งสำเนาหนังสือบอกกล่าวของลูกหนี้ให้ด.ชำระหนี้และคำให้การของ ด.ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แก่ผู้ร้องก่อนวันสืบพยาน3 วัน แต่เอกสารทั้งสองฉบับอยู่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถือได้ว่าเป็นเอกสารในสำนวนคดีเรื่องอื่นตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา90(1) ยกตัวอย่างไว้ โดยเฉพาะผู้ร้องทั้งสี่เป็นลูกหนี้ร่วมกับ ด. สามารถตรวจตราให้ทราบได้โดยง่ายถึงความมีอยู่และความแท้จริงของเอกสาร ผู้คัดค้านจึงอ้างเอกสารทั้งสองฉบับเป็นพยานได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ชำระบัญชี - นายเติมศักดิ์ กฤษณามระ · ล้มละลาย - จำกัด · ผู้ร้อง - นายสมชาย เตียพิริยะกิจ กับพวก · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · บุญส่ง วรรณกลาง · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย เตโชพิทยากูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา